วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ขอส่งความสุข


ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เราทำอะไรอยู่ ??

เราพอใจกับการเป็นอยู่ในปัจจุบันหรือไม่ ??

เป้าหมายของชีวิตเราคืออะไรกันแน่ ??


หลังจากผ่านเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาในชีวิต ปัจจุบันผมให้เวลากับตัวเองมากขึ้น มีเวลาคิดทบทวน และค้นหาเป้าหมายของตัวเอง....สมองที่ถูกพิษสุราและอบายมุขเล่นงานมาตลอด 10 กว่าปี เริ่มจะฟื้นกลับมาอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ใหม่ ยอมรับครับว่าช่วงแรกปรับตัวยากมาก เครียดๆๆๆๆๆ จนกระทั่งไม่ยอมพูดจากลับใครในที่ทำงาน

ให้ตายเถอะครับ..ผมเริ่มเห็นอะไรบางอย่างเข้าแล้ว

ใช่ !! ที่ผ่านมาผมไม่มีความสุขกับมันเลย ความสุขที่ได้รับเป็นเพียงแค่เปลือกนอก เพียงช่วงใดช่วงหนึ่งเท่านั้นเอง มันไม่ใช่ความสุขระยะยาวที่ยั่งยืน อารมณ์ที่เคยฉุนเฉียวทุกครั้งที่มีคนขัดใจ คิดถึงแต่ช่วงเวลาที่จะเอาคืน ตอบคำถามไม่ได้ว่า “อนาคตเราคืออะไร?” ......หลายคนที่เคยหนุนหลังเรา เคยมอบเงินส่งเสียให้เรียนหนังสือและยกย่องเป็นคนดี เป็นแบบอย่างแก่รุ่นน้องๆ มันมีค่าเพียงใด เราเคยตอบแทนพวกเขาเหล่านั้นบ้างไหม หากถูกปลดจากงานช่วงนี้ เราจะทำอะไร เครียดมาก ยอมรับครับ เครียดจริงๆ
ผมถูกหลอก!! ครับ ที่ผ่านมาผม(หรือคนอื่นๆ อีกหลายคน) ถูกหลอก เรียนจบแล้ว ต้องหางานทำ เป็นลูกจ้าง หาเงิน อยากมีบ้าน มีรถยนต์ อยากมีรสนิยมชั้นสูง สุดท้ายมีหนี้สิน ต้องหาเงินมาใช้หนี้ รึว่า “อาจเป็น วิถีทาง ของคนยุคนี้”
เรากลัวสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวมากมาย เราโกรธกับการกระทำที่คิดว่า “อยุติธรรม” เราหาสิ่งป้องกันด้วยวัตถุ ที่ต้องซื้อหามา เพื่อมิให้ใครดูถูกหรือดูหมิ่น ต้องพูดจาเสียงดังหรือเงียบขรึม เพื่อมิให้ใครเข้ามาข้องเกี่ยว
เราถูก “เงิน” ชักพา ให้เสียคนโดยที่ไม่รู้สึกตัว เราถูก “นักข่าว” หลอกให้ดูละครทีวี ละครเวทีตามท้องถนน เราแต่ละคนทำอะไรกันอยู่ สังคมเราอยู่กันด้วยความหวาดระแวง เลือกข้างเลือกฝ่าย ไม่ยอมรับความคิดซึ่งกันและกัน
ใช่ “เราถูกใช้” ให้ทำตามกระแสสังคม “เราตกเป็นเหยื่อ” ค่อนชีวิตแล้ว เรายังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ไม่มีเป้าหมายของชีวิต
*** *** *** **** ***


ต่อจากนี้ไป ผมเริ่มเห็นตัวเองในมุมที่กว้างขึ้น ผมเริ่มเห็นเป้าหมายของผมแล้วครับ แม้จุดหมายจะยังอีกไกล (เอามาจากคำกล่าวของคนอื่น “ไม่มียอดขุนเขาแห่งความต้องการของมนุษย์”)
เป้าหมายของผมคือ “ความสุขที่แท้จริง” ความสุขที่รับรู้ด้วยความจริง.....และ......ตอนนี้ผมเริ่มจะพอใจในรสชาติของมันแล้วครับ
“ความสุข” ที่ผมจะไปตั้งกองทุนเพื่อการศึกษาสำหรับเด็ก หลังจากผมใช้หนี้สินของตัวเองที่ก่อไว้ซึ่งคงหมดอีกเพียงเวลาไม่นานนี้ ด้วยการไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่หรูหรา ตามแบบคนอื่น
“ก่อนที่จะช่วยเหลือคนอื่น ผมต้องทำตัวให้พร้อมก่อน”
จากที่เคยเป็น “ทาส” รับใช้ “เงิน” หลังจากที่หนี้สินหมด ผมจะใช้ให้มันทำงานแทนผมบ้าง แม้ความอยากได้อยากมี จะยังมีอยู่บ้าง แต่ผมคิดว่า “จะได้ก็ต่อเมื่อมี”
ผมเริ่มซื้อหนังสือนิทาน หนังสือความรู้รอบตัวสำหรับเด็ก ใส่กล่อง และพร้อมที่จะเอาไปน้องๆ หลานๆ ของผมแล้ว
ผมศึกษากฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของความเป็นคน สิทธิที่จะอยู่ในสังคม เพื่อนำกลับไปช่วยเหลือผู้คนในชุมชนของผม
(ผมไม่เคยลืมคำกล่าวในหนังเรื่อง Spider Man ทั้ง 2 ภาค ที่ยิ่งทำให้ความคิดผมมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น “พลังที่ยิ่งใหญ่จะต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ - ลุง” และในภาคที่ 2 “เด็กๆ ทุกคนมีความฝัน และอยากมี Hero เค้าเฝ้ารอคอย อยากเห็นความดีงามและความเสียสละของ spider man - ป้า”)
ผมตื่นขึ้นมา ผมรับรู้ได้ว่า ผมพร้อมที่จะทำงานด้วยความเต็มใจ
ตอนนี้ผมสามารถจัดการกับความโกรธ ด้วยการไม่โกรธ ผมจัดการความกลัวด้วยการเรียนรู้ สอบถาม ต่อจากนี้ผมไม่กลัวอะไรอีกแล้วครับ ผมแก้ปัญหาด้วยการเรียนรู้ปัญหา และพูดคุย และผมควบคุมมันได้
ผมไม่ด่า ว่ากล่าวคนอื่นเพื่อความสนุกอีกต่อไป...
ผมจะหัวเราะ เมื่อเห็นคนทะเลาะกัน.....“เดี๋ยวเขาจะเข้าใจกัน”
ผมจะนำความรู้จากการเล่าเรียน(เท่าที่รับรู้ได้) ช่วยงานบริษัทฯ ให้มากที่สุด ผมจะเอาใบปริญญา(แม้จะไม่ได้เก่งกาจอะไร) ไปให้เด็กๆ ในหมู่บ้าน/ชุมชนของผมได้ดูเพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจ
หน้าที่ของผมต่อจากนี้ “ผมจะทำในสิ่งที่มีแต่ความสุข” มองโลกในแง่ดี รู้ตัวเองตลอดเวลา และผมจะไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ผมจะต้องรับผิดชอบและมอบความรักให้แก่คนภายในครอบครัว ให้มากยิ่งขึ้น.....
ฮ่า ฮ่า ฮ่า โลกนี้ช่างสวยงามจริงๆๆ
*** ****
จาก อีพ้ง หรือ ไอ้พ้งของเพื่อนทุกคน (เขียนเมื่อ : 24 ตุลาคม 2551 เวลา 16.52 น.)

อยากเขียนถึง...จาก ทรอสของทุกคน

ตอนนี้ไม่ว่าใครจะอยู่ระหว่างศึกษาหาความรู้ในระดับใดก็ตาม แต่ท้ายที่สุดก็ต้องเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริงคือ "ชีวิตการทำงาน" ก็แล้วแต่ว่าใครจะทำธุรกิจส่วนตัวหรือเป็นลูกจ้าง ซึ่งผลของมันก็คือประสบผลสำเร็จหรือล้มเหลว ตัวฉันเองเข้าข่ายเป็นลูกจ้าง (ซึ่งในระบบงานเอกชนก็ต้องมีเจ้านายกับลูกน้อง)...ปัจจุบันฉันสวมหมวกรับบทบาทเป็น Assistant Vice President (AVP) อย่าคิดว่าตำแหน่งใหญ่โตอะไรนะ องค์กรใหญ่ๆที่ฉันทำงานมีระดับนี้กว่า 40 คน (SVP,VP,AVP) สูงขึ้นไปหรือที่เราชอบเรียกว่าผู้บริหารระดับสูง(SEVP,EVP)มีอีกเป็นโหล และยังมีอีกกลุ่มคือระดับ Assistant Manager,Deputy Manager,Manager และ Senoir Manager(บริษัทนี้มีอีกเป็น 100 คน) แต่พวกนี้ก็ล้วนเป็นลูกจ้างรับเงินเดือนค่าจ้างทั้งนั้นขึ้นอยู่กับว่า "สวมบทบาทอะไรอยู่"


ชีวิตจริงของฉันที่อยากจะแชร์ก็คือ...ไม่ว่าคุณจะจบการศึกษามาจากสถาบันอะไร เมืองไทย เมืองนอก เกียรตินิยมอันดับเท่าไร ไม่สำคัญเท่ากับ"คุณมีพวกหรือเปล่า" เจ้านายโปรดปรานแค่ไหน ลูกน้องศรัทธาหรือไม่ อย่างฉันเองปัจจุบันก็มีทั้งมิตร (แท้หรือเปล่าก็ไม่รู้)และศัตรู(ชั่วคราวหรือค้างคืนก้ไม่แน่ใจ)...อีพวกศัตรูนี่แหละร้ายนักไม่รู้มันจะหมั่นใส้อะไรนักหนา!!!! (ฉันแสดงอารมณ์โกรธอย่างฉุนเฉียว แต่ก็แอบเพ้อในใจว่า "ผิดด้วยหรือที่กูเด่นกว่าและก็แค่หน้าตาดีกว่าและเด็กกว่ามึง") พวกนี้มักมีสันดานลอบกัด นินทาลับหลัง ไม่กล้าเผชิญหน้า พร้อมที่จะกระทีบซ้ำเมื่อเราพลาด แต่จะทำอย่างไรได้ก็มันอยู่ในสังคมแห่งการแข่งขันนี่หน่า...นอกจากนี้ยังมีเรื่องการบริหารเจ้านายอีก เจ้านายเราอาจไม่ถูกกับเจ้านายคนอื่นแต่อยู่ระดับเดียวกัน เราก็ต้องสนับสนุนให้นายเราเต็มเหนี่ยว>>>> เล่าๆ มานี่ฉันไม่อยู่ในสนามรบนะ แต่ก็เชื่อว่าชีวิตลูกจ้างของเพื่อนๆก็ต้องเจอมาบ้าง ไม่มากกว่าฉันก็น้อยกว่าฉัน.....แต่ฉันก็หาทางออกให้กับตัวเองได้ว่า "อย่าไปใส่ใจกับมัน หมายถึงคนนะ เราออกจากออฟฟิศไป ก็ถอดหมวกออกวางไว้บนโต๊ะ ลดอีโก้ลง ขับรถไป Fitness ฟิตกล้ามกับ Trainer ก็สุขแล้ว วันรุ่งขึ้นก็กลับเข้าออฟฟิศ หยิบหมวกใบเดิมมาสวมอีก ก็ใช้ชีวิตแบบเดิมไปจนกว่าหมดทุกข์....บทเรียนที่ได้รับและอยากจะแชร์ก็คือ ไม่ว่าใครจะท้อเรื่องเรียน เรื่องงานที่ยังไม่มั่นคง ธุรกิจไม่ได้เป้าตามที่หวังไว้ ซักวันโชคมันต้องเข้าข้างเรา และเมื่อวันนั้นมันมาถึง มันก็อาจจะไม่ happy ได้นานๆ โชคชะตาก็มักจะส่งมารมาผจญ ตามทัศนของฉันมันก็คือคนที่มีความคิดไม่ตรงกับเรานั่นเอง ซึ่งกลยุทธ์การจัดการของฉันก็คือ "แยบใส่หนึ่งดอกแล้วถอยฉากออกมาด้วยความสะใจ" (ปล่อยให้มันรำพีงว่าอี่นี่ร้ายนักนะมีง)


วันนี้ขอเป็นภาคสีดำ (มาร)

...ครั้งต่อไป (เมื่อไรยังไม่รู้) จะเป็นสีขาว...

แต่ฉันอาจเป็นสี พาสเทล (เทพ)

ไปละ...โชคดีมีชัยกันทุกๆคน


Tod หรือ ทรอสของทุกคน

เปิดตัว BLOG Geo35-CMU


หวัดดีครับเพื่อน

ส่ง blog ของพวกเรามาให้ลองใช้นะครับ ส่วนเรื่องอื่นๆ ค่อยๆ แก้ไขกันไป ใครมีรูปสวยกว่านี้ไว้หัว blog ก้อส่งมาได้เลยนะ หรือว่าจะเข้าไปแก้ไขเองก้อได้ สำหรับการตั้งกระทู้คนที่จะตั้งต้องมี password เพื่อเข้าไปตั้งกระทู้ซึ่ง password ดังกล่าวเราได้ส่งให้เพื่อนทุกคนทางเมล์แล้วนะครับสำหรับคนที่จะให้ความคิดเห็น หรือว่าที่วัยรุ่นมันพูดกันว่า เม้น หรือ comment สามารถเม้นได้เลยนะครับ

ปล. ขอบคุณที่รักของหนุ่มเป็นอย่างยิ่งที่ช่วยทำ blog อันนี้..

หนุ่ม-Geo35