วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

วันที่ 26 พ.ย.วันเกิด Ajan Math


แก่เฒ่าลงอีกปีแล้วล่ะ...ขอให้ "เพื่อน" มีความสุข ดูแลสุขภาพให้ร่างกายแข็งแรงทนทาน... จะได้มีลูกๆ มาอวดกัน...
อย่าทำตัวให้เครียดแบบ "อาจารย์" ให้มากนักนะ See u
Pong

กุ้ย


กุ้ย หรือ กุ๊กไก่ เธอเป็นคน Nice & Friendly ใจดีและมีน้ำใจ มีเคยเห็นกุ้ยโกรธใคร และไม่เคยเห็นใครโกรธกุ้ย
ถึงแม้ใครๆ จะเรียกเธอว่า "เด็กหนวด" เธอก็ไม่เคยโกรธ
กุ้ยเป็นคนที่มักจะมีอะไรติดไม้ติดมือมาฝากเพื่อนๆ ร่วมรุ่นเสมอ และมักจะจำวันเกิดเพื่อนๆ ได้ (สงสัยแอบจดไว้)
เวลาที่นึกถึงกุ้ย ก็มักจะนึกถึง "อาหาร" เพราะเวลาพวกเราจีออมีงานอีเว้นท์อะไร กุ้ยก็มักจะเป็นผู้จัดการเรื่องอาหาร
เวลาที่ไปเดินดอยที่ไหน พวกเรามักจะเห็นชมรมแม่บ้านทหารบกคือ กุ้ย ชิง เจ๋ง เป็นแม่งานทำอาหารอร่อยๆ ให้พวกเราเสมอๆ
จนบางครั้ง เวลาเห็นโลโก้ปลากระป๋องตรา 3 แม่ครัว ก็มักจะนึกถึง 3 คนนี้
***********
แม้ว่ากุ้ยจะย้ายไปเรียนเศรษฐศาสตร์ที่มช.แล้ว ช่วงปี 2 ปี 3 กุ้ยก็ยังมาช่วยงานจีอออยู่เสมอๆ
กุ้ยไปเป็นสาวแบงค์ และเรียนต่อโทบริหารที่ ม.พายัพ
ตำแหน่งหน้าที่ปัจจุบันของกุ้ย คือรองผู้จัดการธนาคารใหญ่แห่งหนึ่งแถวๆ แยกสนามบินเชียงใหม่ และดูแลในส่วนของสินเชื่ออยู่
***************
กุ้ยได้เจอกับน้ำโดยบังเอิญที่เซ็นทรัลแอร์พอร์ทตอนต้นปีที่ผ่านมา
กุ้ยได้โชว์รูปลูกชายที่อยู่ในมือถือให้น้ำดู แต่มันเล็กเกินไปดูไม่จุใจก็เลยมีการแลกอีเมล์กัน
น้ำตั้งหน้าตั้งตารอให้กุ้ยส่งรูปลูกชายมาให้ดูมาก เพราะอยากจะรู้ว่า เพื่อนเราสองคนบวกกันแล้วมีลูกจะหน้าตาเป็นอย่างไร
มันจะเหมือนกับการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ตัดแต่งเอารูปสองคนมาบวกกันหรือเปล่า
พอน้ำกลับมาอเมริกาแล้ว กุ้ยส่งรูปลูกชายมาให้น้ำดู หน้าตาน่ารักมากจนอยากแบ่งปันให้เพื่อนร่วมรุ่นคนอื่นๆ ดู
นอกจากนี้ นอกจากกุ้ยแล้ว เราก็ยังมีความอยากรู้ว่า
แล้วเพื่อนคนอื่นๆ ล่ะ หลังจากที่ไม่เจอกัน 10 กว่าปี เป็นอย่างไรกันบ้าง แต่งงานหรือยัง มีลูกหรือยัง
จากนั้น อีเมล์ก็ถูกส่งต่อหาเพื่อนกันไปเรื่อยๆ โดยเริ่มจากการส่งรูปลูกชายกุ้ยกับโหน่ง
หลังจากที่คุยกันไป-มาและสืบถามคนโน้นคนนี้ จากเพื่อนที่เคยติดต่อกันเองบ้าง เสิร์ชจากกูเกิ้ลบ้าง เจอกันที่เวบสมาคมศิษย์เก่าบ้าง
คุยกันเป็นสิบ เป็นร้อยอีเมล์ ในที่สุด...เราก็ได้รวบรวมเพื่อนร่วมรุ่นมาได้เกือบครบ จนเกิดเป็นเวบรุ่นอันนี้ขึ้นมา

โหน่ง



เห็นหน้า"โหน่ง"แล้วนึกถึงไอ้ส้ม (แทนที่จะนึกถึงกุ้ย)
จำได้ว่า ตอนรับน้อง ส้ม มักจะถูกรุ่นพี่เรียกให้ไปขานชื่อเพื่อนอยู่เสมอ
ส้มบอกว่า หนุ่มกับโหน่ง ชื่อคล้ายกัน ความสูงพอๆ กัน มีขึ้แมลงวันบนหน้าคล้ายๆ กัน เพียงแต่หล่อกันไปคนละแบบ
เวลาเห็นหน้า โหน่งหรือหนุ่ม ส้มก็จะนิ่งหยุดคิดอยู่นาน ว่าไอ้คนนี้มันชื่ออะไร แต่สุดท้ายก็บอกผิด และพวกเราก็โดนซ่อมน้องกันทุกที
แต่ในช่วงเทอม 2 รู้สึกว่า...ส้มจะสามารถแยกแยะสองคนนี้ได้อย่างง่ายดายเพราะเธอมีหนึ่งในนี้เป็น"เพื่อนสนิท"
---------
โหน่งชอบการ Sketch ภาพ เพราะมักเห็นโหน่งนั่ง Drawing สิ่งต่างๆ อยู่บ่อยๆ เลยคิดว่าโหน่งน่าจะไปเรียนถาปัตย์มากกว่าเรียนจีออ
------------
เกือบตลอด 4 ปีที่เรียนด้วยกันมา ไม่เคยเห็นโหน่งมีแฟน หรือปิ๊งสาวคนไหน
ภายหลัง โหน่งกับกุ้ย เป็นแฟนกันได้อย่างไร ไปจีบกันตอนไหน หลายๆ คนก็ยังไม่ทราบ
-----------------
จำครั้งที่เราไปปาร์ตี้ แคมปิ้ง ริมน้ำปิงกันที่บ้านโหน่งได้มะ
ตอนเช้า โหน่งอาสาขับรถมาส่งน้ำกับกุ้ยที่ซุ้ม เพื่อกลับมาเอามอไซด์และแยกย้ายกันกลับบ้าน
เรา 3 คน นั่งมาในรถมีน้ำนั่งตรงกลาง โหน่งเป็นคนขับ กุ้ยนั่งอยู่อีกข้างนึง
โหน่งกับกุ้ย รุมถามเรื่องของน้ำ คุยแต่เรื่องของน้ำ แต่น้ำก็รู้สึกว่ามีเคมีอะไรบางอย่างส่งข้ามจากโหน่งไปหากุ้ยตลอดเวลา
----------
กว่าพวกเราจะรู้ว่าโหน่งกับกุ้ยเป็นแฟนกัน ก็ตอนที่พวกเราเรียนจบกันไปหมดแล้ว
โหน่งไปเรียนต่อโทถาปัตย์ผังเมืองที่จุฬาฯ ส่วนกุ้ยก็ไปเป็นสาวแบงก์อยู่แถวสันป่าข่อย
แว่วๆมาว่า รักของสองคนนี้ เป็นแบบ "รักแท้ไม่แพ้ระยะทาง" กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และเชียงใหม่-กรุงเทพฯ
ต่อมาภายหลัง โหน่งกะกุ้ยแต่งงานกันจนมีลูกชายตัวน้อย 1 คนแล้ว แต่โหน่งก็ยังคงเดินทางอยู่
------
ปัจจุบันโหน่งทำงานเป็นหัวหน้างานผังเมืองและยังคงเดินทางไปๆ มาๆ เชียงใหม่-ลำปาง และลำปาง-เชียงใหม่
โหน่งบอกว่า ช่วงนี้กำลังเบอร์ห้า บ้าเห่อลูกชายมาก...

ศล



ศล เธอจะรู้ไหมว่า...มีเพื่อนร่วมรุ่นคนนึงแอบชอบเธออยู่เมื่อตอนรับน้องคณะ
ศล เธอจะรู้มั๊ยนะว่า...ตอนที่มีการเล่นเกมส์รับน้องแบบเด็กๆของคณะ เรานั่งข้างกันและจับมือกัน
เคยถามเธอว่าชื่อ "ศล" มาจากอะไร สนธยา ต้นสน หรือว่า สับสน
เธอบอกว่า ชื่อเธอมาจากคำว่า"โกศล" ซึ่งก็คือ ต้นโกศล ยังไงล่ะ
แล้วเป็นอันบังเอิญว่า เพื่อนร่วมรุ่นคนนั้น กับศล ก็เรียนเมเจอร์ภูมิศาสตร์เหมือนกัน เธอคนนั้นก็คิดว่าคงได้มีโอกาสใกล้ชิดกันมากขึ้น
.............
เมื่อวันเวลาผันผ่านไป... ศลเริ่มทำตัวแปลกแยกมากขึ้น
ตอนพักกลางวัน หรือตอนเย็น ศลชอบมานั่งเด่นตรงบันไดหน้าภาค ในขณะที่คนอื่นๆ เขานั่งคุยกันที่ซุ้ม
ศลมักจะนั่งนิ่งๆ เฉยๆ สายตามองตรงไปข้างหน้า ไม่มีการลอกแลกเหลียวมองสาวใดๆ เหมือนคนอื่น
ศลกะว่า วิธีนี้ เป็นการนั่งให้สาวๆ ที่ผ่านไปมามองศล แทนที่ศลจะเป็นคนมองสาวๆ
เมื่อเป็นดังนั้น เพื่อนร่วมรุ่นคนนั้นจึงคิดขอถอนตัว เพราะคิดว่าตัวเองดีไม่พอสำหรับศล
ประกอบกับ ตอนนั้นมีเพื่อนร่วมรุ่นอีกคนที่เป็น "ดาวมหาลัยฯ" ชอบศลอยู่ (คนข้างล่าง) เธอจึงหลีกทางให้ และหันไปสร้างตำนานรักข้ามรุ่นแทน
.....................
หลังจากจบจีออ ศลไปทำงานอยู่แถวตึกพญาไทที่กรุงเทพฯ
............
ปัจจุบันนี้ ศลทำงานเกี่ยวกับการทำสายส่งไฟฟ้าแรงสูง ในส่วนงานสำรวจแนวตั้งเสาที่ประเทศ Lao
ศลคงได้ใช้ความรู้ภูมิศาสตร์ GIS, GPS, RS และทักษะการออกฟิลด์อย่างเต็มที่
..............
ศลยังคงเป็นแฟน Liverpool อยู่ไม่เปลี่ยน แถมยังเอาจานทรูไปดูบอลที่นู่นด้วย
แต่ช่วงนี้ศลไม่ค่อยสบาย มีหลายโรคเรื้อรังมารุมเร้า ก็ขอให้ "เพื่อนศล" ดูแลสุขภาพให้ดีๆ ห่มผ้าให้อุ่นๆ ก่อนนอน....
รักนะ.... จาก....เพื่อนร่วมรุ่นคนนั้น

ดิ่ง


ดิ่ง เธอคือ "ดาวมหาลัยฯ" ดาวในใจของเพื่อนๆ
ตอนเรียนจีออ ถ้าใครเคยนั่งเรียนใกล้ๆ กับดิ่ง จะเห็นว่าดิ่งตั้งใจจดเล็คเชอร์อาจารย์มาก จดไวและเร็ว
ถ้าเรามองไปที่ดิ่งก็จะเห็นดิ่งก้มหน้า พร้อมกับมือที่จดๆๆๆๆ อย่างว่องไว
ยิ่งช่วงเวลาใกล้สอบ ดิ่งจะไม่ยอมไปไหน จะอยู่หอและหมกตัวอ่านหนังสืออยู่คนเดียว
แต่ช่วงเวลาไหนที่ไปเที่ยวได้ ดิ่งก็ไปไม่เคยปฏิเสธการชวน
********
สมัยก่อน ตอนที่ยังไม่มีมือถือใช้เหมือนสมัยนี้
เวลาจะนัดกันไปเที่ยวกลางคืนที่ไหน เรามักจะเขียนข้อความฝากไว้บนบอร์ดที่ซุ้ม
พอตกเย็น ทรอสก็จะขับรถตระเวนไปรับเพื่อนๆ ตามหอ
แต่พอไปถึงหอดิ่ง ห้องดิ่งอยู่ชั้น2ใกล้ที่จอดรถ เราก็จะจอดรถตะโกนเรียกดิ่งว่าได้เวลาไปกันแล้ว
ดิ่งมักจะวิ่งออกมาที่ระเบียงแล้วตะโกนลงมาว่า "ให้รอก่อน เพราะยังเขียนคิ้วได้ข้างเดียวอยู่เลย"
เมื่อก่อนเราก็เคยรอ แต่มันนานมาก กว่าดิ่งจะเขียนคิ้วให้เสร็จอีกข้าง
หลังๆ พวกเราเลยใช้วิธี มารับดิ่งเป็นคนสุดท้าย หรือไม่ก็รีบไปจองโต๊ะที่กังฯ (กังสดาล รร.อโนดาด) ก่อนแล้วให้ดิ่งตามมาเอง
พอพวกเราดริ้งก์กันได้ที่และกำลังจะเริ่มออกสเตป ดิ่งถึงจะโผล่มาพร้อมกับหน้าขาวๆ ของดิ่ง
นอกจากนี้...เวลาพวกเราไปดริงก์กันที่ไหน ดิ่งมักจะบอกว่า "แกดูสิ...ทำไมผู้ชายโต๊ะข้างๆ มันชอบมองชั้น...."
*******
พอจบจีออ ดิ่งก็ไปเป็นข้าราชการอยู่ที่ กทม. อยู่หลายปี จนได้ตำแหน่งซีสูงแล้วก็ย้ายกลับบ้าน
ตอนนี้พวกเราก็พยายามติดต่อดิ่ง แต่ดิ่งไม่ค่อยติดต่อพวกเรากลับมา
พวกเราคิดว่า ตอนนี้ดิ่งกำลังมีความสุขกับชีวิตเรียบง่ายที่บ้านเกิด
ตกเย็นก็คงไปนั่งชิลๆ ที่ร้านอาหารริมแม่น้ำน่าน นั่งจิบไป หันไปแลหนุ่มโต๊ะข้างๆ เอียงหน้ายิ้มให้เขาพร้อมๆ กับชูแก้วเหล้าเป็นการทักทาย........

เชษฐ์


หลังจากที่ผ่านการรับน้องกันมาได้ประมาณ 3 อาทิตย์ พวกเรา 35 ก็สะบักสะบอมไปตามๆ กัน
จำวันที่เรานัดกันมาซ้อมเพลงเชียร์ตรงข้างอ่างแก้วได้มะ
มีอยู่วันนึงที่เราถกเถียงกันเรื่องรับน้องอยู่พอสมควร แล้วอยู่ๆ เชษฐ์ก็ขอบายแล้วก็บึ่งรถมอเตอร์ไซด์ออกไป
เพื่อนๆ บอกว่าให้รีบไปตามเชษฐ์กลับมา ประยงค์ก็รีบขับมอเตอร์ไซด์ตามไป ตามด้วยรถกระบะของโหน่งอีกคัน
สุดท้ายเชษฐ์บอกว่า ตอนนั้นเชษฐ์ก็ตัดสินใจกลับมาเอง
--------
เชษฐ์เป็นอีกคนนึงในรุ่นที่เก่งไอที พอเรียนจบเชษฐ์ได้หุ้นกับเพื่อนเปิดร้านขายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อยู่ที่เชียงใหม่
ช่วงนั้น เพื่อนส่วนหนึ่งที่เรียนต่อโทที่ มช. ก็ได้เชษฐ์นี่แหละ ที่เป็นผู้ช่วยเหลือให้คำปรึกษา จัดจำหน่าย และให้บริการหลังการขายเป็นอย่างดี
----------
ตอนหลัง กะว่าจะไปเที่ยวหาเชษฐ์ที่ร้าน แต่ก็ไม่เจอ เจอแต่หนุ่มผมยาว น้องชายสุดหล่อและสุดเซอร์ของเชษฐ์แทน
สืบได้ความว่า เชษฐ์แต่งงานไปกับพยาบาลสาวและกลับไปเปิดร้านขายมือถือที่บ้านเกิด
-----------------
ปัจจุบัน เชษฐ์ มีลูกชาย ลูกสาว วัยกำลังซนอย่างละคน


ตอนนี้ ใครๆ จะเรียก "เชษฐ์ๆ" เฉยๆ ไม่ได้แล้ว ต้องเรียกเขาว่า "เสี่ยเชษฐ์ๆ" ถึงจะถูก