วันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2552
Happy Birth Day, Noom
วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ซุ้มจีออ
ติวหนังสือก็ติวกันที่ซุ้ม รอเรียนก็รอที่ซุ้ม (ยกเว้นศล กับจอห์น มันชอบไปนั่งบันไดภาคฯ)
ถ้ามีการนัดหมายใดๆ ก็เขียนไว้บนบอร์ดที่ซุ้ม นัดเลี้ยงตระกูลก็มารอที่ซุ้ม
เล่นหมากรุก ซ้อมบอล ออกกำลังกาย ก็ที่ซุ้ม
กลางวันเวลากินข้าว ก็ไปซื้อข้าวจากโรงอาหาร(ซึ่งอยู่ไกลจากซุ้มมาก...)มานั่งกินที่ซุ้ม
ตกดึกเวลากินเหล้าก็ นั่งกินที่ซุ้ม ปวดฉี่ก็แถวๆซุ้ม สุมฟืนก่อไฟก็แถวๆซุ้ม
แอบเล่นไพ่กลางวัน ก็เล่นที่ซุ้ม พอมีผู้ใหญ่ผ่านมา ก็รีบเอาซุกไว้ข้างล่าง
(พูดถึงตอนนี้ก็นึกถึงยัยแมว กับ...ทรอส)
ตอนหลังๆ เล่นไพ่ไม่ได้นะ เพราะมีครั้งนึง อ.(ไม่กล้าเอ่ยชื่อ) เรียกตำรวจมาที่ซุ้มเลยอะ
นัดเจอใคร ก็นัดที่ซุ้ม นินทาใครก็นินทาที่ซุ้ม แอบชอบใคร ก็แอบๆดูจากในซุ้ม
เวลาคู่จีออไหนเคยเป็นแฟนแล้วเลิกกัน ก็นั่งหันหลังให้กันที่ซุ้ม
เวลาอยู่หอ เหงาๆ ไม่มีใคร ก็ขี่มอไซด์มาวนๆแถวซุ้ม แล้วก็เลยไปเช็คที่สโมอีกที
ถ้าเจอใครสักคนนั่งอยู่ที่ซุ้มละทีนี้ก็คุยกันยาว...เดี๋ยวคนอื่นๆก็ตามมาสมทบ
ยังจำภาพที่ทรอสขี่มอไซด์มา แขนข้างนึงก็จะสะพายกระเป๋าผ้าใบใหญ่ๆ
เจ๋งกะทุย ซ้อนมอไซด์ฮอนด้าดรีมกันมา ไอ้ทุยตัวใหญ่ เจ๋งตัวเล็ก เหมือนลูกซ้อนมอไซด์พ่อมา ยังไงยังงั้น
ตอนนี้ซุ้มโดนย้ายไปแล้ว จะเหลือไว้ก็คงมีแต่ความสุขและความทรงจำดีๆของพวกเราเท่านั้นแหละนะ
วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2552
คิดถึง...จีออ
ตอนนี้เชียงใหม่คงหนาวมาก ดอกทองกวาวหลังศาลาธรรมคงบานสะพรั่ง
ยามกลางคืนที่ซุ้มจะมีใครคอยสุมไฟให้ความอบอุ่นแก่มันไหมนะ
ยามเช้าที่อ่างแก้วสายหมอกคงลอยละเลียดอยู่เหนือน้ำ รอเวลาที่จะละลายไปในแสงแดด
ยามเย็นที่อ่างเกษตรคงมีหนุ่มๆสาวๆเขามาจีบกัน บ้างก็คงมานั่งรอดูดาวบนดิน
ตอนฉันอกหักเคยแอบมานั่งซึมอยู่ที่นี่เพียงลำพัง ปีละหลายๆหน(ก็คนมันชอบ)
คิดถึงพวกแกจัง
ดิว
วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันนี้ วันเกิด อภิรดี
วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2552
เอย
แต่เวลาตกฟากเป็นเรื่องสำคัญ เพราะคนนึงอย่างกะนางฟ้า อีกคนก็อย่างกะเทพธิดาวานร
พวกเราจีออ35 มักเรียกเอยว่า"คุณหนูเอย" เพราะด้วยความสุภาพเรียบร้อย พูดน้อย ของเอยนี่แหละ
รุ่นเรา มีเอยที่มีรถเก๋งพาเพื่อนๆไปเที่ยวไหนต่อไหน เวลารับน้องจีออก็ต้องอาศัยรถเอยไปทำโน่นทำนี่
เอยพูดช้าจนบางครั้งต้องคอยลุ้นว่า...จะยังไงต่อนะ
คำที่ติดปากเอยก็จะเป็นคำว่า "เหรอ...กุ้ย..(ชื่อเพื่อนจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ) เราก็....."
ลองนึกดูซิว่าเป็นอย่างนี้ไหม ต้องทำหน้าจริงจังด้วยนะ
เอยย้ายไปเรียนเศรษฐศาสตร์ และไปเรียนต่อต่างประเทศพักนึง
ตอนนี้เอยอยู่กับครอบครัวที่สระบุรี และมีลูกชาย 1 คน
ยงค์
ประยงค์เป็นคนที่มีน้ำใจ เวลาที่ใครเอ่ยปากว่าขาดอะไร ยงค์ก็จะขับมอไซด์ไปหาซื้อให้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะหน้ามอ หลังมอ หรือในเมือง
ดูเผินๆ ยงค์เหมือนเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่จริงๆแล้วยงค์เป็นคนที่คุยสนุกและมีมุขตลกมากมาย
เนื่องจากยงค์พูดเบา ทำให้พวกเราต้องคอยเงี่ยหูฟังและตั้งใจฟังให้ดี
พวกตลกหน้าตายอย่าง ยงค์ ณต และจอห์น มักจะจับกลุ่มกันนั่งอยู่ใต้ต้นสัก ซึ่งอยู่ห่างจากซุ้มเพียงแค่ถนนกั้น
เวลาพวกเราที่นั่งอยู่ซุ้ม มักได้ยินสามคนนี้คุยกันเบาๆ แต่ได้ยินหัวเราะเสียงดังๆมาเป็นระยะๆ
อีกเรื่องเป็นความลับของยงค์ เมื่อครั้งหนึ่งเคยถามยงค์ว่ามีพี่น้องหรือไม่ หน้าตาเป็นอย่างไร
ยงค์ก็ทำหน้าตายบอกว่า...พี่สาวฉันก็เหมือนฉันตอนใส่วิกผมยาวนี่แหละ
ใครจะไปรู้ว่า...วันหนึ่ง เจ๋งได้ไปหายงค์ที่บ้าน เจอพี่สาวของยงค์แล้วเจ๋งก็พูดไม่ออกเลย
เหมือนประยงค์ใส่วิกผมยาวมาหลอกกันชัดๆ
ปัจจุบันประยงค์ได้สืบทอดทำกิจการของที่บ้าน ถ้าใครคิดถึงก็แวะไปหายงค์ได้ที่เชียงใหม่
ปุ๋ย
ปุ๋ยเป็นสาวสวย มีเปียยาวมากๆเหมือนไป่เปียว ปุ๋ยทำผมทรงนี้จนจบปี 4 เลยเชียว
ปุ๋ยเวลาใส่ชุดนักศึกษาแล้วจะดูดีมาก เพราะปุ๋ยจะเอาเสื้อใส่ในกระโปรงตึง สะอาด สวยงาม ตั้งแต่หัวจรดเท้า
เวลาที่ปุ๋ยยืนอยู่ใกล้ๆ โอ้ก็จะต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะโอ้จะหัวยุ่งๆ รองเท้ามอม กระโปรงหมุนจนตะเข็บข้างมาอยู่กลางหลัง
ตอนรับน้อง ปุ๋ยเป็นที่เป็นห่วงของเพื่อนๆ ด้วยร่างกายที่บอบบาง สูงโปร่งเหมือนนางแบบ
ปุ๋ยมักจะเป็นลมตอนวิ่ง ดีว่าอยู่ใกล้ภิดี ก็เลยได้ภิดีสาวแกร่งของเราช่วยดูแลจนการรับน้องผ่านมาได้อย่างเรียบร้อย
หลังจากจบจีออแล้ว ได้เจอปุ๋ยอักครั้งเมื่อครั้งที่ปุ๋ยมาหาข้อมูลที่หอสมุด มช. เพื่อทำ ป.โทสำหรับภูมิศาสตร์ศิลปากร
ปุ๋ยเล่าให้ฟังว่าแฟนปุ๋ยเป็นชาวอิตาลี จากนั้นก็ไม่ได้ข่าวปุ๋ยอีกเลย
ปุ๋ยได้แต่งงานกับสามีที่เป็นเภสัชกรชาวอิตาเลี่ยน และย้ายไปอยู่ Italy ได้หลายปีมากแล้ว
ปุ๋ยเล่าว่า... หลังจากอำลาเจ้าพ่อกาโม่ไปตกระกำลำบากอยู่สนามจันทร์จนได้ ป.โทมาหนึ่งใบ
ก็ไปทำงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอยู่เกือบปี ก่อนที่จะตัดสินใจไปเรียนภาษาอิตาเลี่ยน
ตอนนี้ปุ๋ยเบนเข็มไปเรียนสถาปัตยกรรมที่มหาลัยฯ ในอิตาลี เลยทำให้กลับไปเป็นนักศึกษา ป.ตรีอีกครั้งหนึ่ง
นอกจากนี้ปุ๋ยก็ยังช่วยงานบัญชีในกิจการโรงแรมของครอบครัวสามีไปด้วย
ปุ๋ยเลยกลายเป็นจีออ 35 ที่ไปอยู่ฝั่งยุโรปอีกคน เป็นเพื่อนกับตั๋มและหนุ่ม
หน่อย
พวกเราจะได้พบหน่อยก็เฉพาะเวลาที่เข้าห้องเรียน
ก็สงสัยกันว่าหน่อยหายไปไหน
ที่แท้หน่อยก็ไปตั้งใจเรียน เป็นหน้าเป็นตารุ่น ได้เกียรตินิยม
ให้อ.ประหยัดได้คุยได้บ้างว่า เออ รุ่นนี้มันพอมีดี
จบจีออหน่อยก็ไปต่อโทที่ผังเมืองจุฬาฯพร้อมๆกับการรับราชการที่กรมการผังเมือง
ปัจจุบันนี้ได้ข่าวว่า หน่อยย้ายไปทำงานที่สุโขทัย
ต้อย
ต้อยตัวเล็ก เวลายืนเข้าแถวรับน้อง หรือว่าถ่ายรูป ต้อยจะเป็นผู้หญิงแถวหน้า เรียงต่อกันกับนกหวีดเสมอ
ถ้าไปดูรูปถ่ายหมู่ คนที่เข้าแถวรับน้องที่ยืนอยู่ใกล้ๆกันมักสนิทกัน เช่น น้ำ ปู ใส
แต่ที่จริงแล้ว เจ๋ง จะยืนตามมาติดๆกับหวีดและต้อย แต่ว่าเจ๋งมันเข้ากลุ่มเรียบร้อย ของต้อย หน่อย หวีด ไม่ได้เลย...
หวีด
แป๋ว
ที่จริง แป๋วไม่ต้องรับน้องก็ได้ แป๋วเคยอยู่ มช. มาแล้ว
แต่แป๋วก็มารับน้องกับพวกเรา ช่วยกันร้องเพลงเชียร์ ออกกำลังกับเพื่อน
จากนั้นแป๋วก็ย้ายไปเรียนอีคอน แต่ก็ยังมานั่งซุ้มเรื่อยๆ ให้เพื่อนหายคิดถึงแป๋ว
แจ้งข่าวด่วนเกี่ยวกับหนังสือรุ่น
หวัดดีเพื่อนๆทุกคน
หนังสือรุ่นของพวกเราจะตีพิมพ์เร็วๆ นี้แล้วนะ อาจจะพิมพ์ที่ไต้หวัน ตอนนี้จึงอยากทราบจำนวนที่แน่นอนสำหรับผู้ที่สนใจอยากจะได้ไว้ในครอบครอง เพราะต้องรีบสรุปจำนวนที่ต้องสั่งพิมพ์ที่แน่นอนให้ช้างทราบก่อนที่จะบินไปกลับไปสั่งพิมพ์ จึงขอเลื่อนเวลาการหมดเขตสั่งหนังสือภายในวันที่ 6 ธันวาคม 2552 (อีก 3 วัน) ขอรบกวนเพื่อนๆ ช่วงแจ้งความจำนงมาด่วนหน่อยนะ สำหรับเรื่องการโอนเงินสามารถโอนให้หลังวันที่ 6 ธันวาคมได้จ๊ะ แล้วแต่สะดวก
ช่วยแจ้งกันมาหน่อยนะจ๊ะ เราอยากทราบจำนวนที่ต้องสั่งพิมพ์จริงๆ หนังสือเล่มนี้เป็นสิ่งที่พวกเราจะเก็บไว้ที่ระลึก ไว้เตือนความจำ ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ต้องห่วงเรื่องอะไรนะ สนใจหรือไม่สนใจแจ้งมาได้เลยจ้า เพราะความเป็น เพื่อน ของเรา ไม่มีอะไรตัดความสัมพันธ์นี้ได้หรอกจ๊ะ การซื้อหรือไม่ซื้อ ไม่ใช่สิ่งสำคัญในการกลับมาคุยกันของพวกเรา
คิดถึงทุกคน
กุ้งอวบ
วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2552
โบ๋ ประธานรุ่น
บือ
บือ เป็นเพื่อนที่ชอบช่วยเหลือและมีน้ำใจ
ครั้งนึงตอนที่พวกเราไปเชียร์บาสที่โรงยิมคณะศึกษา พวกเรา 35 พากันนั่งบนโต๊ะปิงปองที่มันพับได้
ปรากฏว่าโต๊ะมันรับน้ำหนักพวกเราไม่ไหว ก็ล้มพับลงมาใส่ข้อเท้าน้ำ ก็ได้บือขับมอไซด์พาไปหาหมอ
แม้ว่ารักแรกร่วมรุ่นของบือจะไม่สมหวัง แต่บือก็ยังเป็นพระเอกในใจของเพื่อนอีกคนนึงมาตลอด
เพื่อนๆ ไม่ค่อยอยากให้บือกินเหล้าในที่สว่าง เพราะบือจะหน้าแดง หูแดง จนเพื่อนๆ นึกว่าเทพเจ้ากวนอูเข้า
หลังๆ พอชวนบือกินเหล้า บือจะปฏิเสธ เพราะบือเป็นโรคกระเพาะ กินอะไรเผ็ดๆ ไม่ค่อยได้
เคยแกล้งบือให้บือกินส้มตำเผ็ดๆ บือก็หน้าแดง สะบัดมือไปมาและบอกว่าไอ้ที่กินนี่มัน "เผ็ดหูฉี่"...
บือพูดเหน่อ ถ้าเมื่อไหร่บือคุยกับแมท แล้วพวกเราหลับตาฟัง
ก็รู้สึกเหมือนนั่งอยู่ชายทุ่ง แถวๆนครสวรรค์หรือกำแพงเพชรเลย
นอกจากแมทแล้ว บือก็เก่งสถิติเหมือนกัน แถมยังเคยเปิดห้องติวให้เพื่อนๆ ด้วย
พอจบตรีเศรษฐศาสตร์แล้ว บือก็ต่อโทสถิติที่ มช. ทำงานเป็นหนุ่มออฟฟิชอยู่พักนึง จึงกลับไปช่วยกิจการที่บ้าน
ปัจจุบันบือแต่งงานกับสาวเทคนิคการแพทย์ มช. รุ่นเดียวกัน และมีลูกชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง
หมู
หมู กูรูด้านฟุตบอล
โย
ตอนรับน้องในห้องเชียร์ พอรุ่นพี่ออกจากห้องไป
โยก็คงยังนั่งก้มหน้านิ่งอยู่อีกนาน เหมือนกำลังรอให้อะไรบางอย่างตกผลึก
นอกจากนี้ โยยังยกรอยถลอกที่กำปั้นขึ้นมาจ้องและนิ่ง
เข้าไปถามโยว่า เจ็บมั๊ย ต้องการยาอะไรหรือเปล่า โยหันมามองช้าๆ และบอกว่า เจ็บแค่นี้เพื่อเพื่อน..เราทนได้..
โยเป็นหนุ่มผิวเข้ม พูดละมุนละไมนุ่มๆ เหมือนตอน ดร.สลัมจีบคุณครูยามาบูกิในการ์ตูนอาราเร่ พอจะนึกออกกันมั๊ย
โยก็เป็นเซียนหมากรุกคนหนึ่ง ทั้งเพื่อนติ และเพื่อนโย เลยต้องมีเรื่องถกเถียงกันลั่นกระดานหมากรุกเสมอๆ
ตอนปี 4 โยสนใจเรื่องการนั่งวิปัสนา กรรมฐาน อย่างลึกซึ้ง เอาจริงเอาจัง
จนบางครั้งโยก็ไม่ค่อยได้มาเข้าห้องเรียน พวกเราเป็นห่วงก็ได้ประยงค์นี่แหละช่วยไปตามหาให้เสมอๆ
เวลาโยไม่ยิ้มโยจะหน้าดุ แต่เวลาได้เห็นรอยยิ้มของโยโลกจะดูสดใส เพราะเป็นยิ้มที่ไม่มีพิษภัย
มีใครคิดถึงรอยยิ้มของโยบ้าง...ยกมือขึ้น...
ณต
ติ
แต่ตอนนี้เรารู้เลยว่า เธอเป็นนักรักสุดประเสริฐ เพราะติมีลูกน้อยให้เพื่อนๆ ก่อนใครในรุ่น
หลานคนโตของรุ่นเรา ก็คงเป็นลูกของติสินะ
ติเป็นนักบาสที่เก่งมากๆ อยู่ในสนามหล่อขันเทพ พอออกจากสนาม ทำไมตูดกับขามันใหญ่ๆวะ
เออ..อีกเรื่อง ถ้าอยู่ในซุ้ม ติมักจะส่งเสียงดังข้างกระดานหมากรุก ท้ารบกะคนโน้นคนนี้ไปทั่ว
ตอนได้ข่าวสึนามิ ก็ยังเป็นห่วงติอยู่ว่าติจะเป็นอย่างไรบ้าง
เพราะติมีกิจการร้านขายของที่ระลึกอยู่ที่หาดป่าตอง
แต่เห็นว่าดียังติดต่อกับติอยู่เรื่อย ก็หวังว่าวันหนึ่งติคงติดต่อพวกเรากลับมา
ส้ม
ส้มอยู่กับเราแค่ปีเดียว
สาว กทม. ขาวสว่างกว่าเพื่อนๆในชั้นปี ใส่ตุ้มหูใหญ่สวยกว่าใครๆ ในรุ่น
โรคประจำตัว คือ จำชื่อคนไม่ได้ อย่าง ทุยกับโบ๋ จำสลับกันอยู่ได้
เหมือนกันตรงไหน คนหนึ่ง ดำ หนา หน้าเป็นขน คนหนึ่งขาว บางหน้าเกลี้ยงเกลา
ตอนรับน้อง จำชื่อนามสกุลของเพื่อนไม่ได้ ก็มั่วๆ ไป
ไอ้ติ ยังกลายเป็น สันติ รุ่งนพคุณศรี ได้เลย เพื่อนเอ๋ย
ส้มซ้อนมอไซค์ไม่เป็น ถึงแม้ว่าจะนุ่งกางเกง ส้มก็จะนั่งตะแคงข้าง เป็นห่วงส้มจัง
และแล้ว ส้มก็ต้องกลับไปเรียนที่ กทม. เพราะที่บ้านอยากให้เรียนบริหารธุรกิจใกล้ๆบ้าน
คิดถึงส้มจัง
เพลิน
เพลิน พูดไทยภาคกลางไม่ได้เลย เพลินอู้เมืองตลอด
ด้วยความที่เพลินเป็นเด็กเชียงใหม่ที่เพื่อนเยอะ จะเจอเพลินเวลาเรียนเท่านั้น แต่เพลินไม่เคยพลาดกิจกรรมของชั้นปีเลย
รับน้องตลอด งาน sock-tie ขึ้นด้อยลงดอย เพลินก็ไปกับเราทุกงาน
เพลินเรียนวิชา GE101 ได้ดี แต่วิชาพื้นฐานได้แก่ Math Eng Thai ไม่เหมาะกับเพลิน
ทำให้เพลินเรียนไม่เข้าใจ เพลินเลยต้องหาอะไรที่เหมาะกับเพลินทำ
ถ้าไม่ต้องเรียนวิชาพื้นฐาน มีแต่ภูมิศาสตร์ล้วนๆ เพลินต้องจบพร้อมๆ กับเราได้แน่
ตอนนี้เพลินไม่ค่อยได้ติดต่อกับเพื่อนๆ แต่เชื่อว่าเพลินคิดถึงเราเพราะว่า เพื่อนๆ GEO35 คิดถึงกันเสมอ















