วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2552
โบ๋ ประธานรุ่น
บือ
บือ เป็นเพื่อนที่ชอบช่วยเหลือและมีน้ำใจ
ครั้งนึงตอนที่พวกเราไปเชียร์บาสที่โรงยิมคณะศึกษา พวกเรา 35 พากันนั่งบนโต๊ะปิงปองที่มันพับได้
ปรากฏว่าโต๊ะมันรับน้ำหนักพวกเราไม่ไหว ก็ล้มพับลงมาใส่ข้อเท้าน้ำ ก็ได้บือขับมอไซด์พาไปหาหมอ
แม้ว่ารักแรกร่วมรุ่นของบือจะไม่สมหวัง แต่บือก็ยังเป็นพระเอกในใจของเพื่อนอีกคนนึงมาตลอด
เพื่อนๆ ไม่ค่อยอยากให้บือกินเหล้าในที่สว่าง เพราะบือจะหน้าแดง หูแดง จนเพื่อนๆ นึกว่าเทพเจ้ากวนอูเข้า
หลังๆ พอชวนบือกินเหล้า บือจะปฏิเสธ เพราะบือเป็นโรคกระเพาะ กินอะไรเผ็ดๆ ไม่ค่อยได้
เคยแกล้งบือให้บือกินส้มตำเผ็ดๆ บือก็หน้าแดง สะบัดมือไปมาและบอกว่าไอ้ที่กินนี่มัน "เผ็ดหูฉี่"...
บือพูดเหน่อ ถ้าเมื่อไหร่บือคุยกับแมท แล้วพวกเราหลับตาฟัง
ก็รู้สึกเหมือนนั่งอยู่ชายทุ่ง แถวๆนครสวรรค์หรือกำแพงเพชรเลย
นอกจากแมทแล้ว บือก็เก่งสถิติเหมือนกัน แถมยังเคยเปิดห้องติวให้เพื่อนๆ ด้วย
พอจบตรีเศรษฐศาสตร์แล้ว บือก็ต่อโทสถิติที่ มช. ทำงานเป็นหนุ่มออฟฟิชอยู่พักนึง จึงกลับไปช่วยกิจการที่บ้าน
ปัจจุบันบือแต่งงานกับสาวเทคนิคการแพทย์ มช. รุ่นเดียวกัน และมีลูกชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง
หมู
หมู กูรูด้านฟุตบอล
โย
ตอนรับน้องในห้องเชียร์ พอรุ่นพี่ออกจากห้องไป
โยก็คงยังนั่งก้มหน้านิ่งอยู่อีกนาน เหมือนกำลังรอให้อะไรบางอย่างตกผลึก
นอกจากนี้ โยยังยกรอยถลอกที่กำปั้นขึ้นมาจ้องและนิ่ง
เข้าไปถามโยว่า เจ็บมั๊ย ต้องการยาอะไรหรือเปล่า โยหันมามองช้าๆ และบอกว่า เจ็บแค่นี้เพื่อเพื่อน..เราทนได้..
โยเป็นหนุ่มผิวเข้ม พูดละมุนละไมนุ่มๆ เหมือนตอน ดร.สลัมจีบคุณครูยามาบูกิในการ์ตูนอาราเร่ พอจะนึกออกกันมั๊ย
โยก็เป็นเซียนหมากรุกคนหนึ่ง ทั้งเพื่อนติ และเพื่อนโย เลยต้องมีเรื่องถกเถียงกันลั่นกระดานหมากรุกเสมอๆ
ตอนปี 4 โยสนใจเรื่องการนั่งวิปัสนา กรรมฐาน อย่างลึกซึ้ง เอาจริงเอาจัง
จนบางครั้งโยก็ไม่ค่อยได้มาเข้าห้องเรียน พวกเราเป็นห่วงก็ได้ประยงค์นี่แหละช่วยไปตามหาให้เสมอๆ
เวลาโยไม่ยิ้มโยจะหน้าดุ แต่เวลาได้เห็นรอยยิ้มของโยโลกจะดูสดใส เพราะเป็นยิ้มที่ไม่มีพิษภัย
มีใครคิดถึงรอยยิ้มของโยบ้าง...ยกมือขึ้น...
ณต
ติ
แต่ตอนนี้เรารู้เลยว่า เธอเป็นนักรักสุดประเสริฐ เพราะติมีลูกน้อยให้เพื่อนๆ ก่อนใครในรุ่น
หลานคนโตของรุ่นเรา ก็คงเป็นลูกของติสินะ
ติเป็นนักบาสที่เก่งมากๆ อยู่ในสนามหล่อขันเทพ พอออกจากสนาม ทำไมตูดกับขามันใหญ่ๆวะ
เออ..อีกเรื่อง ถ้าอยู่ในซุ้ม ติมักจะส่งเสียงดังข้างกระดานหมากรุก ท้ารบกะคนโน้นคนนี้ไปทั่ว
ตอนได้ข่าวสึนามิ ก็ยังเป็นห่วงติอยู่ว่าติจะเป็นอย่างไรบ้าง
เพราะติมีกิจการร้านขายของที่ระลึกอยู่ที่หาดป่าตอง
แต่เห็นว่าดียังติดต่อกับติอยู่เรื่อย ก็หวังว่าวันหนึ่งติคงติดต่อพวกเรากลับมา
ส้ม
ส้มอยู่กับเราแค่ปีเดียว
สาว กทม. ขาวสว่างกว่าเพื่อนๆในชั้นปี ใส่ตุ้มหูใหญ่สวยกว่าใครๆ ในรุ่น
โรคประจำตัว คือ จำชื่อคนไม่ได้ อย่าง ทุยกับโบ๋ จำสลับกันอยู่ได้
เหมือนกันตรงไหน คนหนึ่ง ดำ หนา หน้าเป็นขน คนหนึ่งขาว บางหน้าเกลี้ยงเกลา
ตอนรับน้อง จำชื่อนามสกุลของเพื่อนไม่ได้ ก็มั่วๆ ไป
ไอ้ติ ยังกลายเป็น สันติ รุ่งนพคุณศรี ได้เลย เพื่อนเอ๋ย
ส้มซ้อนมอไซค์ไม่เป็น ถึงแม้ว่าจะนุ่งกางเกง ส้มก็จะนั่งตะแคงข้าง เป็นห่วงส้มจัง
และแล้ว ส้มก็ต้องกลับไปเรียนที่ กทม. เพราะที่บ้านอยากให้เรียนบริหารธุรกิจใกล้ๆบ้าน
คิดถึงส้มจัง
เพลิน
เพลิน พูดไทยภาคกลางไม่ได้เลย เพลินอู้เมืองตลอด
ด้วยความที่เพลินเป็นเด็กเชียงใหม่ที่เพื่อนเยอะ จะเจอเพลินเวลาเรียนเท่านั้น แต่เพลินไม่เคยพลาดกิจกรรมของชั้นปีเลย
รับน้องตลอด งาน sock-tie ขึ้นด้อยลงดอย เพลินก็ไปกับเราทุกงาน
เพลินเรียนวิชา GE101 ได้ดี แต่วิชาพื้นฐานได้แก่ Math Eng Thai ไม่เหมาะกับเพลิน
ทำให้เพลินเรียนไม่เข้าใจ เพลินเลยต้องหาอะไรที่เหมาะกับเพลินทำ
ถ้าไม่ต้องเรียนวิชาพื้นฐาน มีแต่ภูมิศาสตร์ล้วนๆ เพลินต้องจบพร้อมๆ กับเราได้แน่
ตอนนี้เพลินไม่ค่อยได้ติดต่อกับเพื่อนๆ แต่เชื่อว่าเพลินคิดถึงเราเพราะว่า เพื่อนๆ GEO35 คิดถึงกันเสมอ





