วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ดาว




ดาว เป็นเพื่อนที่อายุน้อยที่สุดในรุ่นเรา เพราะว่าเธอสอบเทียบ ม.4 และติดภูมิศาสตร์เข้ามา
ถึงแม้อายุจะเด็ก แต่ก็ดูเป็นผู้ใหญ่ ทั้งคำพูดคำจาและการวางตัว

ตอนรับน้องจีออ ตอนรุ่นพี่ถามว่าน้องชื่ออะไร ด้วยความที่ดาวตั้งใจมาก เพราะรุ่นพี่มักให้พูดเสียงดังฟังชัด
ดาวตอบแผดเสียงดังว่า... "น้องชื่อ ###! ค่ะ" จากนั้นพวกเพื่อนๆก็ต้องจดลงไปพวกเราส่วนใหญ่จะฟังไม่รู้เรื่อง บางคนมั่นใจบ้างไม่มั่นใจบ้าง แต่ก็จดลงไปในสมุดเชียร์

หลังจากรุ่นพี่ออกห้องว้ากไปแล้ว คนที่ไม่มั่นใจก็สอบถามกันอื้ออึงว่า เพื่อนคนนั้นชื่ออะไร และส่วนใหญ่จะใส่ว่า "แบว"...
แต่พอกลับไปสอบถามเจ้าตัวแล้ว ก็เลยได้คำตอบว่าเธอชื่อ "ดาว"
จากนั้นมาก็เป็นที่ล้อกันในหมู่ 35 ว่าเธอชื่อ แบว ไม่ได้ชื่อดาว ล้อไปล้อมา กลายเป็นเรียกเธอว่า "คำแบว"
ไอ้เรื่องการ"รับน้องต้องเปลี่ยนชื่อ" ไม่ให้ชื่อซ้ำกับรุ่นพี่นี้ ก็ยังเป็นที่ขบขันกันไปรุ่นต่อรุ่น บ้างได้ชื่อดี บ้างได้ชื่อแย่ ก็ต้องก้มหน้ารับกันไป
ตอนพวกผู้ชาย 35 ทำการรับน้อง มีน้องผู้หญิงที่หน้าตาดีคนนึงชื่อซ้ำกับใครก็ไม่ทราบได้
เลยเจอพวกผู้ชาย 35 เปลี่ยนชื่อให้ซะว่า "แบว"
พวกเธอรู้ไหมว่าทำอะไรลงไป...
ตอนนี้น้องเขากลับมาเป็นครูบาอาจารย์ที่ภาคแล้ว ยังดีที่ใครๆ ก็เรียกชื่อเล่นเก่าของเธอ แทนที่ชื่อที่พวกเธอทั้งหลายตั้งให้

หลังจากจบจีออ ไม่แน่ใจว่ายังไง ดาวคงกลับไปดูแลกิจการที่บ้าน
มีอยู่วันนึง เจอดาวที่ร้านหมูกระทะในลำปาง ดาวบอกว่ามาเรียนต่อโทที่ธรรมศาสตร์ศูนย์ลำปาง
ดาวได้แต่งงานกับหัวหน้าเก่าของช้าง มีลูกสาว 2 คน 4 ขวบและ 2 ขวบ อยู่บ้านแถวฝั่งธน ทำงานเป็นเหมือนกับใส และโอ้ คล้ายๆ 7/11 ของลูกๆ และคุณสามี


วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

"รูปเล่มด้านใน"

ส่วนต่อไปคือ รูปเล่มข้างใน ที่มีการแก้ใขแล้ว
พยายามเอาส่วนที่อยากให้มี ไม่ว่าจะเป็น
ตัวหนังสือแบบล้านนา
หรือ โทนสี น้ำตาล : พื้นดิน
ฟ้า : ฝน น้ำฟ้า และสีคณะสังคม
เขียว : ป่าไม้ ภูเขา

เลยออกมาประมาณนี้ อาจจะไม่ถูกใจหลายๆ คนก้อติๆมา ละกัน
พอดีว่า เป็นเล่มเปิดตัว ขอสวยๆ ไว้ก่อนนะ เลยต้องช่วยกันติ ช่วยกันชม และขอความเห็นเพื่อนๆต่อกันอีกหน่อย

ตอนนี้แก้ไขแบบที่ทรอสบอกแล้ว แต่ไม่เหมือนเสียทีเดียว Update ให้ดูนะ

memo inner9

ชิง ยอดหญิงแห่ง35

ชิงเป็นที่พึ่งของพวกเรา 35 หลายอย่าง
งานกิจกรรมต่างๆ มักจะขาดชิงไม่ได้ เพราะเราต้องการรถชิงในการขนของ ขนคน และอื่นๆอีกมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ รับน้อง เชียร์กีฬา เฟรชชี่ไนท์ บายเนียร์ โฮมคัมมิ่งเดย์ หรือว่างานบันเทิงต่างๆ ชิงก็มักจะอาสามาช่วยอยู่เสมอ
นอกจากนี้แล้ว ชิงยังเป็นที่พึ่งในเรื่องของการเงินและที่พักอาศัยและอีกหลายอย่าง
ข้างล่างเป็นข้อความที่เพื่อนๆ ส่วนหนึ่งแสดงความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อชิง

Kung: "ชิงเป็นนักบัญชีของ 35" เป็นธนาคารพร้อมตู้เอทีเอ็มและเจ้าแม่เงินกู้ในคนเดียวกัน ที่ไหนมีงานที่นั่นมีชิง
ตอนงานเลี้ยงบายเนียร์ ชิงใจดีเอารถมารับเพื่อนไปงานที่โรงแรม
รถอะไรวะที่มันเป็นกะบะคันเล็กอ่ะ อัดไปกี่คน นึกดิ มีกุ้ง กุ้ย เจ๋ง น้ำ กะชิงอีกคน ใช่ป่าววะ
จำได้ว่ามันแน่นยิ่งกว่าปลากระป๋อง แต่ก็ไปกันได้"

Tod: "จำได้แค่ character เป็นหญิงสิงห์เวสป้า กลับบ้านแล้วอุตส่าห์ซิ่งเวสป้า มาซุ้มตอนเย็นๆ อีก (อันนี้ประจำ) มิรู้วัตถุประสงค์ she ได้ อิอิ
ส่วนเรื่องเที่ยวกลางคืน เรียกได้ว่าเป็นยอดหญิงอีกคน ชวนเมื่อไรก็เตรียมพร้อมซ้อม step เสมอ เป็นผู้หญิงสองภาค (กลางวัน/กลางคืน)
การดื่มก็สู้สุดใจ อาจแพ้เจ๋งและน้ำ ส่วนกุ้งตัดไปเพราะเน้น Dance ไม่เน้น Drink ซึ่งผิดกับช้าง ดิน ที่ไม่ Dance ไม่ Drink แต่ Order

เมื่อชิงโตเป็นสาว เปลี่ยนจากเวสป้ามาขับรถกระบะ Mazda และ fade ตัวเองออกไปสังสรรค์อย่างมีสุขกับน้องๆ 36
ส่วนเรื่องเรียนจำได้ว่า ชิงเป็นผู้นำชื่อเสียงมาสู่ภาควิชาฯ ตอน mid term ด้วยการ top วิชา Math (จำเลขรหัสไม่ได้) รู้สึกจะได้คะแนนเต็ม ตอนนั้นเราเรียนกับ Acc-Ba
ชิงกลายเป็นคนติวเลข (ฉันก็เป็นลูกศิษย์คนหนึ่ง) ส่วนเรื่องเรียนอื่นๆไม่รู้เพราะย้ายคณะฯ

และชิงก็จะนำของจากบ้านมาใช้ในกิจกรรมภาคฯประจำ (อันนี้ไม่แน่ใจ แต่รู้สึกคุ้น) นอกจากนี้บ้านชิงอีกที่ ยังเป็นที่พักของเพื่อนๆตกยากตอน summer (ไม่รู้กี่คน จำไม่ได้ว่าใครบ้าง) ซึ่งฉันก็จะแวะเวียนไปบ้าง"

Oh: "ที่รู้ๆ คือตามที่บอกที่ไปมั่วสุมที่บ้านชิง แม่ชิงมาเจอโคตรสงสารชิงว่ะตัวเหลือแค่มด จำได้ว่าตอนซัมเมอร์โอ้ไห (ปลาร้า) หักก็ได้บ้านชิงนี้แหละเป็นที่พักพิง...ชิงจะเป็นอะไรที่เท่มากเพราะเธอเล่นซิ่ง (เวสป้า) สปาต้าไปทุกที่เลยเลยทำให้เราได้หัดขี่บ้าง"

Bomb: "เรื่อง บ้านชิงที่สันติธรรม เราก็ไปแหมะอยู่ช่วง อ่านหนังสือ Ent ใหม่ ชิงเป็นคนดีจริงๆ เพื่อนเรื่องมากมากันดึกๆ ก็ไม่ว่า จำได้ว่าดูทีวีเก่าบ้านชิงลุ้นผลเอ็น รู้สึกว่า Ent กันหลายคนเหมือนกัน"
............
จะเห็นว่า ถึงแม้ว่าชิงจะมีไลฟสไตล์แบบจีออ แต่จริงๆ แล้วชิงย้ายไป Acc-BA และจบโทบริหารที่มช.
ปัจจุบันชิงทำงานแบงค์ในตัวเมืองเชียงใหม่

ชิงแต่งงานแล้วและมีลูกชาย 1 คน

ปู


ปูเป็นคนร้องเพลงเพราะ ตอนเย็นๆ บางทีพวกเรา น้ำ ปู ใส ก็ชอบไปยกกลองที่สโมฯ มาตั้งที่ซุ้มให้ปูเป็นคนตี
ร้องเพลงแหกปากโดยไม่สนใจว่าใครจะผ่านไปมา
ถ้าพวกเรามีใครคนใดคนหนึ่งเล่นกีต้าร์เป็นอีกสักคน คงได้ไปสมัครประกวดโค้กมิวสิคอวอร์ดแข่งกับวงพี่เคน 33 แน่ๆ

ในตอนนั้น...พวกเราขุดเพลงต่างๆ มาร้องกัน ไม่ว่าจะเป็น ฉันทนาที่รัก ปูไข่ไก่หลง สาวบางประกง หรือ หนุ่มนาข้าว-สาวนาเกลือ
ปูบอกว่า ตอนมัธยมเธอมักจะเป็นคนตีกลองยาวที่ใช้ในการเชียร์กีฬาสีอยู่เสมอๆ

เมื่อครั้งมีการบันทึกเทปบทเพลงภูมิศาสตร์ เพื่อเป็นที่ระลึกใน"งาน 30 ปีภูมิศาสตร์"
ปูก็เป็นหนึ่งในคอรัสที่ได้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ครั้งนี้กับ น้ำ และใส
ตอนค่ำๆ...พวกเรามักจะซ้อนมอไซด์อัด 3 กันไปยังราฏภัชเชียงใหม่เพื่อทำการซ้อมและบันทึกเทป

ปูเป็นอีกคนที่ทำงานที่ผังเมืองและไปต่อจนจบผังเมืองที่จุฬาฯ ว่าไปรุ่นเราก็จบที่นี่หลายคน ได้แก่ โหน่ง ทรอส ช้าง ปู และ หน่อย
ปัจจุบันปูก็ยังทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ด้วยตำแหน่งหน้าที่การงานที่เจริญก้าวหน้า

++++++

ปูบอกว่า ช่วงนี้ค่อนข้างจะยุ่งกับการรับโปรเจคมาทำ และกำลังจะเปิดร้านกาแฟที่ กรุงเทพกรีฑา 49

ถ้าเปิดเมื่อไหร่จะแจ้งให้เพื่อนๆทราบทางอีเมล์กันทุกคน

จอห์น

อีกหนึ่งประหลาด 35
เพื่อนๆ มักเรียกจอห์นว่า"แป๊ะ" ซึ่งก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่ม แต่ค้นพบในภายหลังว่า แป๊ะ คือ ชื่อที่คนที่บ้านเรียก
จอห์น คงเป็นคนแรกและคนเดียวที่เลือกภูมิศาสตร์เป็นอันดับ 1 ตอนเอ็นทรานส์เข้ามหาลัยฯ

จอห์น เป็นคนที่ทำอะไรแล้วค่อนข้างจะเป็นระบบระเบียบ
เวลาที่มีแข่งบอล จอห์นก็จะขับมอไซด์กลับไปบ้านและกลับมาที่ซุ้มใหม่
จอห์นไปเปลี่ยนจากชุดนักศึกษาเป็นชุดกีฬาที่ใส่มาครบเซท ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ กางเกง และรองเท้าฟุตบอล
ในขณะที่คนอื่นๆ บางทีก็เป็นนักเตะตีนเปล่า หรือร้องเท้าแตะ
เวลาพักกินข้าว สมมติว่าเลิกเรียน 11:30 จอห์นก็จะไปนั่งที่ตรงบันไดภาคก่อน
เคยชวนจอห์นกินข้าว แต่ต้องรอหน้าบันไดภาคเป็นเพื่อนจอห์น เคยถามว่ารออะไร
จอห์นบอกว่า รอให้ถึงเวลาเที่ยงตรง เพื่อที่จะได้กินข้าวตรงเวลา
อีกอย่าง เวลาจอห์นหมายปองสาวคนไหน จอห์นก็มักจะจดจำเวลาเรียนและเวลาเลิกของน้องคนนั้นได้
มีครั้งนึงจอห์นเคยชอบรุ่นน้องคนนึง หน้าขาวๆมีหนวด ชื่อเล่นจริงๆ เกี่ยวกับอะไรบนท้องฟ้าในยามค่ำคืนนี่แหละ
จอห์นมักจะจดจำรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวกับน้องเขาได้หมดและทำให้เราคอยลุ้นไปด้วยว่ามันจะกล้าเข้าไปจีบเขามั๊ย

สมัยเรียนจีออ เจ๋งบอกว่า จอห์นมักจะพูดไม่รู้เรื่อง เพราะจะฟังซาวอะเบาท์อยู่ตลอดเวลา
ถ้าเวลาคุยกะจอห์น จอห์นจะพูดคำว่า "หา!" ก่อนเสมอ...
จอห์นยังมีเรื่องแปลกอีกหลายอย่าง เช่นอย่างเวลาที่มีการถ่ายรูปหมู่ จอห์นมักจะยืนห่างจากเพื่อนและหันไป
ทางตรงข้ามกับคนอื่นเสมอ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการขโมยซีน กะเกิดคนเดียว

จอห์นเป็นคนเรียนเก่งมากถึงมากที่สุด เวลาทำข้อสอบจอห์นมักจะทำเสร็จเร็วและออกห้องก่อนเพื่อนเสมอ โดยเฉพาะวิชาของ อ.เสน่ห์
ตอนเรียนจบตรีจอห์นได้เกียรตินิยม และเรียนต่อโทจีออ
ปัจจุบัน จอห์น ทำงานเป็นนักวิเคราะห์นโยบายและแผน อยู่แถวกทม.

วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

"Vote" เลือกปก "ทำเนียบรุ่น"

รายงานผล Popular Vote
แบบที่ 1 ได้ 3 คะแนน จาก แมท ดิว พ้ง
แบบที่ 2 ได้ 4 คะแนน จาก หนุ่ม บอม เจ๋ง บือ
แบบที่ 3 ได้ 7 คะแนน จาก ตั๋ม น้ำ โอ้ ดี กุ้ง ดิน เชษฐ์

ดังนั้นพวกเราจะใช้แบบที่ 3 ในการทำเนียบรุ่น
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ

แบบที่ 3

memo2

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

วันที่ 26 พ.ย.วันเกิด Ajan Math


แก่เฒ่าลงอีกปีแล้วล่ะ...ขอให้ "เพื่อน" มีความสุข ดูแลสุขภาพให้ร่างกายแข็งแรงทนทาน... จะได้มีลูกๆ มาอวดกัน...
อย่าทำตัวให้เครียดแบบ "อาจารย์" ให้มากนักนะ See u
Pong

กุ้ย


กุ้ย หรือ กุ๊กไก่ เธอเป็นคน Nice & Friendly ใจดีและมีน้ำใจ มีเคยเห็นกุ้ยโกรธใคร และไม่เคยเห็นใครโกรธกุ้ย
ถึงแม้ใครๆ จะเรียกเธอว่า "เด็กหนวด" เธอก็ไม่เคยโกรธ
กุ้ยเป็นคนที่มักจะมีอะไรติดไม้ติดมือมาฝากเพื่อนๆ ร่วมรุ่นเสมอ และมักจะจำวันเกิดเพื่อนๆ ได้ (สงสัยแอบจดไว้)
เวลาที่นึกถึงกุ้ย ก็มักจะนึกถึง "อาหาร" เพราะเวลาพวกเราจีออมีงานอีเว้นท์อะไร กุ้ยก็มักจะเป็นผู้จัดการเรื่องอาหาร
เวลาที่ไปเดินดอยที่ไหน พวกเรามักจะเห็นชมรมแม่บ้านทหารบกคือ กุ้ย ชิง เจ๋ง เป็นแม่งานทำอาหารอร่อยๆ ให้พวกเราเสมอๆ
จนบางครั้ง เวลาเห็นโลโก้ปลากระป๋องตรา 3 แม่ครัว ก็มักจะนึกถึง 3 คนนี้
***********
แม้ว่ากุ้ยจะย้ายไปเรียนเศรษฐศาสตร์ที่มช.แล้ว ช่วงปี 2 ปี 3 กุ้ยก็ยังมาช่วยงานจีอออยู่เสมอๆ
กุ้ยไปเป็นสาวแบงค์ และเรียนต่อโทบริหารที่ ม.พายัพ
ตำแหน่งหน้าที่ปัจจุบันของกุ้ย คือรองผู้จัดการธนาคารใหญ่แห่งหนึ่งแถวๆ แยกสนามบินเชียงใหม่ และดูแลในส่วนของสินเชื่ออยู่
***************
กุ้ยได้เจอกับน้ำโดยบังเอิญที่เซ็นทรัลแอร์พอร์ทตอนต้นปีที่ผ่านมา
กุ้ยได้โชว์รูปลูกชายที่อยู่ในมือถือให้น้ำดู แต่มันเล็กเกินไปดูไม่จุใจก็เลยมีการแลกอีเมล์กัน
น้ำตั้งหน้าตั้งตารอให้กุ้ยส่งรูปลูกชายมาให้ดูมาก เพราะอยากจะรู้ว่า เพื่อนเราสองคนบวกกันแล้วมีลูกจะหน้าตาเป็นอย่างไร
มันจะเหมือนกับการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ตัดแต่งเอารูปสองคนมาบวกกันหรือเปล่า
พอน้ำกลับมาอเมริกาแล้ว กุ้ยส่งรูปลูกชายมาให้น้ำดู หน้าตาน่ารักมากจนอยากแบ่งปันให้เพื่อนร่วมรุ่นคนอื่นๆ ดู
นอกจากนี้ นอกจากกุ้ยแล้ว เราก็ยังมีความอยากรู้ว่า
แล้วเพื่อนคนอื่นๆ ล่ะ หลังจากที่ไม่เจอกัน 10 กว่าปี เป็นอย่างไรกันบ้าง แต่งงานหรือยัง มีลูกหรือยัง
จากนั้น อีเมล์ก็ถูกส่งต่อหาเพื่อนกันไปเรื่อยๆ โดยเริ่มจากการส่งรูปลูกชายกุ้ยกับโหน่ง
หลังจากที่คุยกันไป-มาและสืบถามคนโน้นคนนี้ จากเพื่อนที่เคยติดต่อกันเองบ้าง เสิร์ชจากกูเกิ้ลบ้าง เจอกันที่เวบสมาคมศิษย์เก่าบ้าง
คุยกันเป็นสิบ เป็นร้อยอีเมล์ ในที่สุด...เราก็ได้รวบรวมเพื่อนร่วมรุ่นมาได้เกือบครบ จนเกิดเป็นเวบรุ่นอันนี้ขึ้นมา

โหน่ง



เห็นหน้า"โหน่ง"แล้วนึกถึงไอ้ส้ม (แทนที่จะนึกถึงกุ้ย)
จำได้ว่า ตอนรับน้อง ส้ม มักจะถูกรุ่นพี่เรียกให้ไปขานชื่อเพื่อนอยู่เสมอ
ส้มบอกว่า หนุ่มกับโหน่ง ชื่อคล้ายกัน ความสูงพอๆ กัน มีขึ้แมลงวันบนหน้าคล้ายๆ กัน เพียงแต่หล่อกันไปคนละแบบ
เวลาเห็นหน้า โหน่งหรือหนุ่ม ส้มก็จะนิ่งหยุดคิดอยู่นาน ว่าไอ้คนนี้มันชื่ออะไร แต่สุดท้ายก็บอกผิด และพวกเราก็โดนซ่อมน้องกันทุกที
แต่ในช่วงเทอม 2 รู้สึกว่า...ส้มจะสามารถแยกแยะสองคนนี้ได้อย่างง่ายดายเพราะเธอมีหนึ่งในนี้เป็น"เพื่อนสนิท"
---------
โหน่งชอบการ Sketch ภาพ เพราะมักเห็นโหน่งนั่ง Drawing สิ่งต่างๆ อยู่บ่อยๆ เลยคิดว่าโหน่งน่าจะไปเรียนถาปัตย์มากกว่าเรียนจีออ
------------
เกือบตลอด 4 ปีที่เรียนด้วยกันมา ไม่เคยเห็นโหน่งมีแฟน หรือปิ๊งสาวคนไหน
ภายหลัง โหน่งกับกุ้ย เป็นแฟนกันได้อย่างไร ไปจีบกันตอนไหน หลายๆ คนก็ยังไม่ทราบ
-----------------
จำครั้งที่เราไปปาร์ตี้ แคมปิ้ง ริมน้ำปิงกันที่บ้านโหน่งได้มะ
ตอนเช้า โหน่งอาสาขับรถมาส่งน้ำกับกุ้ยที่ซุ้ม เพื่อกลับมาเอามอไซด์และแยกย้ายกันกลับบ้าน
เรา 3 คน นั่งมาในรถมีน้ำนั่งตรงกลาง โหน่งเป็นคนขับ กุ้ยนั่งอยู่อีกข้างนึง
โหน่งกับกุ้ย รุมถามเรื่องของน้ำ คุยแต่เรื่องของน้ำ แต่น้ำก็รู้สึกว่ามีเคมีอะไรบางอย่างส่งข้ามจากโหน่งไปหากุ้ยตลอดเวลา
----------
กว่าพวกเราจะรู้ว่าโหน่งกับกุ้ยเป็นแฟนกัน ก็ตอนที่พวกเราเรียนจบกันไปหมดแล้ว
โหน่งไปเรียนต่อโทถาปัตย์ผังเมืองที่จุฬาฯ ส่วนกุ้ยก็ไปเป็นสาวแบงก์อยู่แถวสันป่าข่อย
แว่วๆมาว่า รักของสองคนนี้ เป็นแบบ "รักแท้ไม่แพ้ระยะทาง" กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และเชียงใหม่-กรุงเทพฯ
ต่อมาภายหลัง โหน่งกะกุ้ยแต่งงานกันจนมีลูกชายตัวน้อย 1 คนแล้ว แต่โหน่งก็ยังคงเดินทางอยู่
------
ปัจจุบันโหน่งทำงานเป็นหัวหน้างานผังเมืองและยังคงเดินทางไปๆ มาๆ เชียงใหม่-ลำปาง และลำปาง-เชียงใหม่
โหน่งบอกว่า ช่วงนี้กำลังเบอร์ห้า บ้าเห่อลูกชายมาก...

ศล



ศล เธอจะรู้ไหมว่า...มีเพื่อนร่วมรุ่นคนนึงแอบชอบเธออยู่เมื่อตอนรับน้องคณะ
ศล เธอจะรู้มั๊ยนะว่า...ตอนที่มีการเล่นเกมส์รับน้องแบบเด็กๆของคณะ เรานั่งข้างกันและจับมือกัน
เคยถามเธอว่าชื่อ "ศล" มาจากอะไร สนธยา ต้นสน หรือว่า สับสน
เธอบอกว่า ชื่อเธอมาจากคำว่า"โกศล" ซึ่งก็คือ ต้นโกศล ยังไงล่ะ
แล้วเป็นอันบังเอิญว่า เพื่อนร่วมรุ่นคนนั้น กับศล ก็เรียนเมเจอร์ภูมิศาสตร์เหมือนกัน เธอคนนั้นก็คิดว่าคงได้มีโอกาสใกล้ชิดกันมากขึ้น
.............
เมื่อวันเวลาผันผ่านไป... ศลเริ่มทำตัวแปลกแยกมากขึ้น
ตอนพักกลางวัน หรือตอนเย็น ศลชอบมานั่งเด่นตรงบันไดหน้าภาค ในขณะที่คนอื่นๆ เขานั่งคุยกันที่ซุ้ม
ศลมักจะนั่งนิ่งๆ เฉยๆ สายตามองตรงไปข้างหน้า ไม่มีการลอกแลกเหลียวมองสาวใดๆ เหมือนคนอื่น
ศลกะว่า วิธีนี้ เป็นการนั่งให้สาวๆ ที่ผ่านไปมามองศล แทนที่ศลจะเป็นคนมองสาวๆ
เมื่อเป็นดังนั้น เพื่อนร่วมรุ่นคนนั้นจึงคิดขอถอนตัว เพราะคิดว่าตัวเองดีไม่พอสำหรับศล
ประกอบกับ ตอนนั้นมีเพื่อนร่วมรุ่นอีกคนที่เป็น "ดาวมหาลัยฯ" ชอบศลอยู่ (คนข้างล่าง) เธอจึงหลีกทางให้ และหันไปสร้างตำนานรักข้ามรุ่นแทน
.....................
หลังจากจบจีออ ศลไปทำงานอยู่แถวตึกพญาไทที่กรุงเทพฯ
............
ปัจจุบันนี้ ศลทำงานเกี่ยวกับการทำสายส่งไฟฟ้าแรงสูง ในส่วนงานสำรวจแนวตั้งเสาที่ประเทศ Lao
ศลคงได้ใช้ความรู้ภูมิศาสตร์ GIS, GPS, RS และทักษะการออกฟิลด์อย่างเต็มที่
..............
ศลยังคงเป็นแฟน Liverpool อยู่ไม่เปลี่ยน แถมยังเอาจานทรูไปดูบอลที่นู่นด้วย
แต่ช่วงนี้ศลไม่ค่อยสบาย มีหลายโรคเรื้อรังมารุมเร้า ก็ขอให้ "เพื่อนศล" ดูแลสุขภาพให้ดีๆ ห่มผ้าให้อุ่นๆ ก่อนนอน....
รักนะ.... จาก....เพื่อนร่วมรุ่นคนนั้น

ดิ่ง


ดิ่ง เธอคือ "ดาวมหาลัยฯ" ดาวในใจของเพื่อนๆ
ตอนเรียนจีออ ถ้าใครเคยนั่งเรียนใกล้ๆ กับดิ่ง จะเห็นว่าดิ่งตั้งใจจดเล็คเชอร์อาจารย์มาก จดไวและเร็ว
ถ้าเรามองไปที่ดิ่งก็จะเห็นดิ่งก้มหน้า พร้อมกับมือที่จดๆๆๆๆ อย่างว่องไว
ยิ่งช่วงเวลาใกล้สอบ ดิ่งจะไม่ยอมไปไหน จะอยู่หอและหมกตัวอ่านหนังสืออยู่คนเดียว
แต่ช่วงเวลาไหนที่ไปเที่ยวได้ ดิ่งก็ไปไม่เคยปฏิเสธการชวน
********
สมัยก่อน ตอนที่ยังไม่มีมือถือใช้เหมือนสมัยนี้
เวลาจะนัดกันไปเที่ยวกลางคืนที่ไหน เรามักจะเขียนข้อความฝากไว้บนบอร์ดที่ซุ้ม
พอตกเย็น ทรอสก็จะขับรถตระเวนไปรับเพื่อนๆ ตามหอ
แต่พอไปถึงหอดิ่ง ห้องดิ่งอยู่ชั้น2ใกล้ที่จอดรถ เราก็จะจอดรถตะโกนเรียกดิ่งว่าได้เวลาไปกันแล้ว
ดิ่งมักจะวิ่งออกมาที่ระเบียงแล้วตะโกนลงมาว่า "ให้รอก่อน เพราะยังเขียนคิ้วได้ข้างเดียวอยู่เลย"
เมื่อก่อนเราก็เคยรอ แต่มันนานมาก กว่าดิ่งจะเขียนคิ้วให้เสร็จอีกข้าง
หลังๆ พวกเราเลยใช้วิธี มารับดิ่งเป็นคนสุดท้าย หรือไม่ก็รีบไปจองโต๊ะที่กังฯ (กังสดาล รร.อโนดาด) ก่อนแล้วให้ดิ่งตามมาเอง
พอพวกเราดริ้งก์กันได้ที่และกำลังจะเริ่มออกสเตป ดิ่งถึงจะโผล่มาพร้อมกับหน้าขาวๆ ของดิ่ง
นอกจากนี้...เวลาพวกเราไปดริงก์กันที่ไหน ดิ่งมักจะบอกว่า "แกดูสิ...ทำไมผู้ชายโต๊ะข้างๆ มันชอบมองชั้น...."
*******
พอจบจีออ ดิ่งก็ไปเป็นข้าราชการอยู่ที่ กทม. อยู่หลายปี จนได้ตำแหน่งซีสูงแล้วก็ย้ายกลับบ้าน
ตอนนี้พวกเราก็พยายามติดต่อดิ่ง แต่ดิ่งไม่ค่อยติดต่อพวกเรากลับมา
พวกเราคิดว่า ตอนนี้ดิ่งกำลังมีความสุขกับชีวิตเรียบง่ายที่บ้านเกิด
ตกเย็นก็คงไปนั่งชิลๆ ที่ร้านอาหารริมแม่น้ำน่าน นั่งจิบไป หันไปแลหนุ่มโต๊ะข้างๆ เอียงหน้ายิ้มให้เขาพร้อมๆ กับชูแก้วเหล้าเป็นการทักทาย........

เชษฐ์


หลังจากที่ผ่านการรับน้องกันมาได้ประมาณ 3 อาทิตย์ พวกเรา 35 ก็สะบักสะบอมไปตามๆ กัน
จำวันที่เรานัดกันมาซ้อมเพลงเชียร์ตรงข้างอ่างแก้วได้มะ
มีอยู่วันนึงที่เราถกเถียงกันเรื่องรับน้องอยู่พอสมควร แล้วอยู่ๆ เชษฐ์ก็ขอบายแล้วก็บึ่งรถมอเตอร์ไซด์ออกไป
เพื่อนๆ บอกว่าให้รีบไปตามเชษฐ์กลับมา ประยงค์ก็รีบขับมอเตอร์ไซด์ตามไป ตามด้วยรถกระบะของโหน่งอีกคัน
สุดท้ายเชษฐ์บอกว่า ตอนนั้นเชษฐ์ก็ตัดสินใจกลับมาเอง
--------
เชษฐ์เป็นอีกคนนึงในรุ่นที่เก่งไอที พอเรียนจบเชษฐ์ได้หุ้นกับเพื่อนเปิดร้านขายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อยู่ที่เชียงใหม่
ช่วงนั้น เพื่อนส่วนหนึ่งที่เรียนต่อโทที่ มช. ก็ได้เชษฐ์นี่แหละ ที่เป็นผู้ช่วยเหลือให้คำปรึกษา จัดจำหน่าย และให้บริการหลังการขายเป็นอย่างดี
----------
ตอนหลัง กะว่าจะไปเที่ยวหาเชษฐ์ที่ร้าน แต่ก็ไม่เจอ เจอแต่หนุ่มผมยาว น้องชายสุดหล่อและสุดเซอร์ของเชษฐ์แทน
สืบได้ความว่า เชษฐ์แต่งงานไปกับพยาบาลสาวและกลับไปเปิดร้านขายมือถือที่บ้านเกิด
-----------------
ปัจจุบัน เชษฐ์ มีลูกชาย ลูกสาว วัยกำลังซนอย่างละคน


ตอนนี้ ใครๆ จะเรียก "เชษฐ์ๆ" เฉยๆ ไม่ได้แล้ว ต้องเรียกเขาว่า "เสี่ยเชษฐ์ๆ" ถึงจะถูก

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ทุย & โซ่ข้อกลาง



สมัยเรียนจีออ นอกจากโบ๋ซึ่งเป็นประธานรุ่นแล้ว เรายังมี"ทุย"อีกคนที่เป็นคนคอยสานสัมพันธ์อันดีระหว่างรุ่นเรากับรุ่นอื่นๆ
เพราะหลังจากที่โอ้ย้ายกลับบ้านไป พวกเราที่เหลือก็ไม่ค่อยมีใครขยันไปช่วยงานจีออเหมือนโอ้
จนทำให้หลังๆ มีข่าวแว่วๆ มาว่า เหล่ารุ่นพี่รุ่นน้อง เริ่มจะแบนพวกเราและตัดพวกเราทั้งรุ่นออกไปจากระบบ
++++++
เนื่องจากรุ่น 35 ของเราเป็นรุ่นที่รับเข้ามาเรียนน้อย มีไปเอ็นฯ ใหม่ ย้ายคณะส่วนหนึ่ง ทำให้เหลือคนเรียนจีออไม่ถึง 20 คน
พวกเราในรุ่นส่วนใหญ่จะรักสันโดษ ชอบอ่านหนังสือ ทำรายงาน ฝังตัวตามหอสมุดและเป็นรุ่นที่อาจารย์ชมว่า"ตั้งใจเรียนที่สุด"
(ซึ่งตอนนี้คงเห็นแล้วว่า รุ่นเรามีคนเก่งๆมากมาย)
เลยทำให้ตอนปี 3 รุ่นเราก็เลยไม่ค่อยมีใครมาช่วยกิจกรรมของจีออกันเท่าไหร่
++++++++
เมื่อคำครหาหนาหู... พวกเราก็ได้ทุยเป็นตัวแทนรุ่น ไปกินเหล้าเปิดใจกับเหล่ารุ่นพี่รุ่นน้อง และเป็นโซ่ข้อกลางให้
++++++++++++
ไหนๆ ก็เล่าแล้ว ขอแถมเรื่องนี้อีกอัน
ไอ้เรื่องความไม่เข้าใจกันระหว่างรุ่นนั้นเป็นอะไรที่เกิดขี้นได้ในแวดวงจีออ
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ตอนที่พวกเราอยู่ปี 4 สาวๆ จีออ รุ่นน้องถัดจากเรา 1 และ 2 รุ่น เกิดความไม่เข้าใจอะไรกันบางอย่าง
จนเย็นวันหนึ่ง ถึงขั้นต้องปิดห้องคุย เพื่อเปิดใจระหว่างรุ่นและเคลียร์กัน
(ถ้าคนที่อยู่ในเหตุการณ์ผ่านมาอ่านคงจำได้ว่า ห้องนั้นอยู่ตรงชั้น1ตึกสังคม บริเวณที่ห้องสมุดสังคมต่อขยายออกมา)
โชดดีที่เรามีภิดีคอยเป็นคนกลาง ประสานและสื่อ ทำความเข้าใจระหว่างรุ่นให้ (ดีเท่ห์มาก)
โดยมีน้ำคอยยืนให้กำลังใจอยู่ข้างๆ (เพราะพูดไม่เก่ง)
ช่วงที่สาวๆจีออเปิดใจกันตอนแรก บรรยากาศตึงเครียดมาก แต่ตอนหลังก็คลี่คลายไปได้ในที่สุด
+++++++++
ปี 4 เทอม 1 ของพวกเราเหล่า 35 ถือว่า เกาะกลุ่มกันแน่นแฟ้นมากขึ้น
เนื่องจากว่า หลายคนเตรียมตัวจะจบ 3 ปีครึ่ง เลยอยากใช้เวลาด้วยกันเทอมสุดท้ายให้มากที่สุด
สิ่งที่พวกเราชอบทำกันก็คือ ไปนั่งจิบๆ เหล้า เคล้าเสียงเพลงเบาๆ ที่ร้านตะเกียง
(พอขึ้นปี 4 พวกเราก็ไม่ได้กินเหล้าแบบสามล้อถูกหวยเหมือนตอนเฟรชชี่อีกต่อไป)
ช้างกับดิน มักจะตามมาสมทบตอนดึกๆ พร้อมกับสั่งกับข้าวมามากมายเต็มโต๊ะ
+++++++++++++
ท้ายนี้ ก็อยากจะบอกว่า ทุยเป็นอีกหนึ่งเพื่อนตัวอย่างคนเก่งของรุ่นเรา ที่ทั้งสามารถทำกิจกรรมและเรียนจบได้ภายในเวลา 3 ปีครึ่ง
หลังจากจบ ทุยไปทำงานฟรีแลนซ์ และต่อโทด้านสิ่งแวดล้อมที่มหิดล
ปัจจุบัน ทุยพักอาศัยอยู่กับเจ๋ง (ดูรูปข้างล่าง) พร้อมกับหนึ่งตำบล 2 ผลิตภัณฑ์ ตัวเล็กๆ น่ารักเป็นชาย 1 คนและหญิง 1 คน

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

วันเกิดใส 22 พ.ย.

HBD; เพื่อนที่รัก, ขอให้มีความสุขและสุขภาพดี ทั้งตัวและครอบครัว
Pong

เจ๋ง


เจ๋ง หรือ ...เจ๋ง เป็นคนที่สนุกสนานเฮฮา ไม่ว่ามีงานสังสรรค์ที่ไหน มักจะมีคนเรียกร้องขอให้เจ๋งไปร่วมแจม
บางครั้งเจ๋งบอกว่าไม่มีตังค์ เขาเหล่านั้นก็บอกว่าไม่เป็นไร ขอให้เอาตัวกับหัวใจของเจ๋งที่พกเรื่องสนุกๆ มาเล่าเท่านั้นก็พอ
พวกจีออก็แปลกอย่าง ไม่ค่อยชอบรสชาดของสุราเท่าไหร่ แต่กลับชอบบรรยากาศของการร่ำสุรามากกว่า
ดังนั้น การมีเจ๋งอยู่ด้วย ก็ช่วยทำให้บรรยากาศสนุกสนานมากขึ้น เพราะเจ๋งคุยได้ทั้งคืน เลยอยู่ต่อกันได้ทั้งคืน
*******
เรื่องเจ๋งๆของเจ๋งมีมากมาย ถ้าจะให้สาธยายก็คงไม่หมด เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนดี จริงๆ แล้วอยากให้เจ้าตัวมาเล่าเองมากกว่า
***************
หลังจากจบจีออ มช. เจ๋งไปเป็นข้าราชการกรมการผังเมือง ทำ GIS อยู่ที่กทม.
จากนั้นเจ๋งก็ไปเรียนต่อโทจีออที่รามคำแหง แต่งงานกับทุย ซึ่งเป็นจีออ 35 เหมือนกัน
ปัจจุบันเจ๋งย้ายไปทำงานที่เชียงใหม่ มีความสุขอยู่กับสามีที่น่ารัก (ไอ้ทุย) และลูกเล็กๆ 2 คน


นัท


นัท หรือไอ้นัทของเพื่อนๆ เป็นขาใหญ่ของน้องๆ และเป็นอาจารย์ที่เคารพของลูกศิษย์
เคยเป็นเพื่อนร่วมรับน้องเคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกเราจีออ35 มาเป็นเวลาเดือนกว่า
(สมัยนั้นใช้เวลารับน้องยาวนานกว่าสมัยนี้มาก)
แต่หลังๆ นัทก็เงียบหายไป
.................
เพราะว่าตอนอยู่ มช. นัทย้ายไปเรียนคณะมนุษย์ เมเจอร์ภาษาไทย
สาเหตุนัทบอกว่าเพราะจีออเรียนภาษาอังกฤษตั้งห้าตัว
นัทจึงย้ายไปเรียนเมเจอร์ภาษาไทยแทนคิดว่าจะเรียนอังกฤษน้อยกว่า
แต่สุดท้าย เมเจอร์ภาษาไทยต้องเรียนอังกฤษ 7 ตัว แต่นัทก็สามารถเรียนจบมาได้
จากนั้น นัทกลับไปต่อโทที่ ม.นเรศวรบ้านเกิด เมเจอร์ภาษาไทยเหมือนเดิม
กลับมาเป็นอาจารย์สอนที่คณะมนุษย์ มช. พักนึง
ล่าสุดก็ปักหลักสอนอยู่ที่ ม.ราชภัฏเชียงใหม่

ทรอส









ทรอสเป็นคนที่มีความตั้งใจและเก่งหลายด้าน
ยามเรียนก็เรียนจริงจัง ยามเที่ยวก็เที่ยวจริงๆ และเวลาคบเพื่อนก็คบอย่างจริงใจ
ทำให้สมัยเรียนจีออ ทรอสเป็นที่ Popular ในหมู่เพื่อน รุ่นพี่ และรุ่นน้องมากมาย
เวลาไปที่ซุ้ม มักจะได้ยินใครๆเรียกหา น้องทรอสๆ พี่ทรอสๆ หรือ ...ทรอสๆ อยู่เสมอๆ
ตกเย็น...ทรอสมักจะตระเวนรับเพื่อนตามหอต่างๆ ชวนกันไปหาความสำราญจากสถานบันเทิงยามราตรี
...
หลังจากจบตรีจีออมช.และโทผังเมืองจุฬาฯแล้ว
ทรอสได้ทำงานบริษัทชั้นนำของประเทศด้าน Real Estate
เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยบริษัท Plus Properties อยู่พักนึง
.....
ทรอสรักในสายงานที่ทำ จึงไปเรียนเพิ่มเติมทั้ง Mini MBA และ Interior
.......
ปัจจุบัน ทรอสได้ย้ายไปทำงานที่บริษัทชั้นนำด้าน Real Estate อีกแห่งหนึ่งและดำรงตำแหน่ง Assistant Vice President
ทรอสมีหน้าที่รับผิดชอบในการหา Market & Business Opportunities นำเสนอให้ผู้บริหารระดับสูงในการตัดสินใจลงทุนด้านที่อยู่อาศัย
เนื่องจากตอนนี้ บริษัทกำลังขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศ ทำให้ทรอสต้องไปทำงานฝังตัวอยู่ตามประเทศต่างๆ
..........
ทรอสบอกว่า... "ไม่เคยเสียใจที่เรียนภูมิศาสตร์"
และที่สำคัญ ทรอสยังเป็นผู้ริเริ่มนำ GIS & Remote Sensing มาประยุกต์ใช้กับบ.อสังหาริมทรัพย์อันดับต้นๆของประเทศ

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

พ้ง


พ้ง หน้าตาดูเป็นผู้ใหญ่และน่าไว้วางใจที่สุดในรุ่น35
พ้งย้ายไปเรียนเศรษฐศาสตร์
เวลานั่งซุ้ม พ้งมักจะอ่านหนังสือพิมพ์ ถกปัญหาเรื่องเศรษฐกิจและการเมืองกับเพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลาย
นอกจากนี้พ้งยังชอบอ่านสยามกีฬารายวัน ติดตามข่าวกีฬาฟุตบอลอยู่บ่อยๆ แสดงว่ารักศาสตร์ทางนี้มาก
เคยเห็นพ้งขาหักนอนโรงพยาบาลอยู่นาน เลยอดเตะบอลกับเพื่อนๆ ได้แต่เชียร์อยู่ข้างสนาม เป็นกุนซือให้ทีมเรา
++++
ปัจจุบัน พ้งเรียนจบโทด้าน Real Estate จากธรรมศาสตร์
มีตำแหน่งใหญ่ที่ทำงานบริษัทบริหารสินทรัพย์
+++++++++++
พ้งรักการท่องราตรี เมาสุรากับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทั้งจีออและไม่ใช่จีออ
แต่ตอนนี้พ้งกำลังจะมีบุตร และคงจะต้องติดเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านสักพักนึง

ดิว


ดิวย้ายไปเรียนเศรษฐศาสตร์
สมัยเรียน ดิวเคยไว้ผมยาว ใส่รองเท้าหนังปลายแหลม และบางทีรองเท้าบูทของดิวก็มีกลิ่นแปลกๆ ด้วย
ดิวรักการท่องเที่ยว เดินดอย
ถ้าใครจำได้ มีครั้งหนึ่งที่พวกจีออไปเดินดอยที่ดอยผ้าห่มปก
พี่อัน 34 ได้รับอุบัติเหตุตกหน้าผา ซึ่งหนุ่มก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย
ร่างพี่อันค้างอยู่ในเหวลึก หัวสมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างแรง
ดิวเป็นผู้หนึ่งที่ไปนั่งเฝ้าพี่เขาที่ก้นเหวทั้งคืน เพื่อคอยกระตุ้นไม่ให้เขาหลับไป
พี่อันสามารถตอบสนองได้เพียงแค่กระดิกนิ้วมือเท่านั้น
ดิวจะคอยป้อนน้ำให้พี่เขาอยู่เรื่อย ส่วนตัวเองก็จิบน้ำปลาเปล่าๆ ไป เพราะว่าเสบียงเริ่มหมด
และพวกเราที่ไปเที่ยวคราวนั้น ยังจำท่าของดิวที่มือหนึ่งถือขวดน้ำปลายกดื่ม
สลับกัีบมือหนึ่งถือมีดฟันต้นไม้เพื่อทำเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์
โชดดีที่ได้เฮลิคอปเตอร์ของสมเด็จพระเทพฯ มารับตัวพี่อันกลับมารักษาที่ รพ.สวนดอกได้ทันท่วงที
+++
ส่วนเรื่องอื่นๆสมัยเรียนของดิว...
จำได้ว่าพอพักจากเรียน ดิวชอบมายืนทำเท่ห์ที่ซุ้ม แล้วก็เหล่สาวเมเจอร์อื่นๆ ที่เดินผ่านไปมา
แต่สุดท้าย ดิวก็ไปไหนไม่รอด เพราะตกหลุมรักรุ่นน้องจีออคนนึงเข้าอย่างจัง จนปัจจุบันมีทายาทด้วยกัน 2 คน




++++++++
หลังเรียนจบ ดิวไปทำงานบริษัทอยู่พักนึง แล้วก็ออกมาทำธุรกิจส่วนตัว
และปัจจุบัน ดิวก็ยังทำธุรกิจส่วนตัวอยู่และเรียนต่อโทที่ธุรกิจบัณฑิตไปด้วย
++++++++++++++
ตอนนี้เพื่อนๆ ต่างอิจฉาดิว เพราะดิวเป็นนายตัวเองและได้มีเวลาไปเดินดอย ขี่บิกไบต์ ตั้งแคมป์ และท่องเที่ยวไปทั่วเมืองไทย

ดิน



สมัยเรียนจีออ ตกดึก ดินชอบเข้าไปในเมืองเพื่อสรรหาของอร่อยๆ แปลกๆ กิน
ไม่ว่าจะเป็นขนมจีนยองๆ ที่กาดหลวง โป้กอี้ด หรือข้าวเหนียวน้ำพริกหนุ่มโต้รุ่ง
พอเรียนจบตรีจีออ ดินไปเป็นผู้จัดการร้านอาหารใน America อยู่หลายปี
เมื่อกลับไปเมืองไทย ก็เลยไปเรียนเป็น Chef ที่ Le Cordon Bleu and Dusit Thani College (เลอกองดองเบลอ)
และได้ฝึกงานในเครือโรงแรมดุสิต
นอกจากนี้ ดินก็ยังไปลงเรียนรามฯ คณะมนุษย์ เอกภาษาอังกฤษ
ได้รับปริญญาตรีใบที่ 2 และฝึกฝนภาษาอังกฤษจนเข้าขั้นเทพ จนเกือบได้เกียรตินิยมอันดับ 2 ของราม
---------
ปัจจุบัน ดิน อาศัยที่ Vancouver ประเทศ Canada
ทำงานเป็นผู้จัดการร้านอาหารและกำลังวางแผนจะเปิดกิจการเป็นของตัวเอง
-----------
ปล. ดินมีสูตรอาหารอร่อยๆ มากมายที่สามารถแบ่งปันให้เพื่อนๆ ได้
ในอดีตใสเคยได้สูตรหอมทอดแสนอร่อยจากดินและยังติดใจอยู่มิรู้ลืม
และดิวก็เคยได้สูตรซ๊อสบาร์บีบิวไปใช้ตอนเปิดร้านสเต็ก

หนุ่ม




หนุ่ม..ที่รู้จักของเพื่อนๆ ทุกคนในฐานะ ไอ้หนุ่ม..เรียนจบปริญญาตรีด้วยสัญชาติญาณดิบ
ทรหดสมบุกสมบันกับการกินเหล้า เมาหลับหน้าภาค เที่ยวผับ จับเด็ก อิอิอิ อกหักเป็นกิจวัตรประจำวัน (ทำงัยได้ หัวใจมันอ่อนแอ)

เรียนจบ ป.ตรี มาโดยไม่รู้ว่าจบมาได้งัย หลังจากนั้นเข้าทำงานในหน่วยงานราชการหนึ่ง ในฐานะนักวิชาการเกษตรได้ไม่ถึงปี ก้อคิดผิดหันเหชีวิตกับไปทุกข์ระทมอีกครั้งยัง มช. ถิ่นเก่า แต่มาในมาดใหม่ นักศึกษา ป.โท โห..โก้น่าดู ด้วยความมุมานะ อุตส่าหะ ทำให้เรียนจบ ป.โท ได้อย่างรวดเร็ว และได้ความรู้ติดออกมาเท่าหางอึ่ง หลังจากนั้น ด้วยมรสุ่มรักมันทำให้ชีวิตว้าวุ่นมุ่งเข้าสู่กรุงเทพ เมื่อศิวิไลซ์ โดยขาดสติและสำนักรักบ้านเกิด เข้าไปอยู่แถบชานเมือง ที่เชียงใหม่เรียกว่าบ้านนอกอะคร๊าบพี่น้อง ในตำแหน่ง นักวิจัย ม. เทคโนบางมด อยู่ในฐานะคนทำงานได้เจ็ดปี นึกว่าตัวเองจะมีความคิดแล้ว จึงตัดสินใจรับทุนเรียนต่อ ป.เอก เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถของตัวเองขึ้นมาอีกระดับ นั่นแหละความคิดผิดมหันต์ของกระผม ตอนนี้ชีวิตยังไม่หลุดพ้นจากโทษฐานที่คิดผิด ยังต้องอยู่อย่างเหงาเศร้าสร้อยที่เวียนนา ประเทศออสเตรีย หัวรีบกระเทียมกีบ มาได้ 2 ปีหละ

หวังไว้ว่า “คงจะมีซักวัน คงเป็นวันที่ยิ่งใหญ่” ที่จะเรียนจบ แล้วกลับไปใช้ชีวิตจำเจแต่ไม่เหงาที่เมืองไทยซะที

คำพูดที่ผมมักจะพูดเสมอๆ ของผมคือ “เฮ้อ..เมื่อไหร่ชีวิตกูจะพ้นจากแวดวงวิชาการซะทีว่ะ”

ช้าง



ตอนเรียนตรีจีออ ช้างไม่ค่อยร่วมกิจกรรมอะไรกับพวกเรามากนัก
พอเรียนเสร็จ ช้างก็จะชอบกลับบ้าน ก็เลยไม่ค่อยมีรูปถ่ายกับพวกเรา
ช้างไปต่อโทที่ผังเมืองจุฬาฯ และทำงานให้กับกรมการผังเมืองในเวลาต่อมา
..........
ตอนที่ช้างไปทำงานที่แม่ฮ่องสอน ช้างก็ยังชอบกลับบ้านอยู่บ่อยๆ
ช้างมักจะมีปัญหากับสายการบินที่ขึ้นกลับบ้านเป็นประจำ
จนพนักงานสายการบินส่วนใหญ่จะจำชื่อช้างได้
.................
ที่แม่ฮ่องสอน ช้างมีเลือดจีออเต็มตัว ออกฟิลด์บ่อย ชอบกินเหล้าและหมั่นเข้าสถานบันเทิง
.........................
หลังจากย้ายไปทำงานที่พะเยา ช้างได้ลาไปศึกษาต่อเอกที่ประเทศ Taiwan
ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงทำ Thesis เลยกลับมาเก็บข้อมูลที่เมืองไทย
สิ่งที่ช้างถนัดก็คือ การรับทำโปรเจควิจัยชิ้นใหญ่ๆ ให้กับทางภาคเหนือตอนบน
และเป็น Organiser รับทำงานอีไม่เว้นท์ต่างๆ ให้กับจังหวัด

โอ้

โอ้ชอบขี่มอเตอร์ไซด์และสะพายกระเป๋ากล้องตระเวนไปตามที่ต่างๆเช่นเดียวกับใส
โอ้ไม่ค่อยคิดถึงบ้าน แต่ที่บ้านคิดถึงโอ้มาก
โอ้เลยต้องลงไปเรียนที่กรุงเทพฯ และแยกจากพวกเราไปตอนจบปี 2
สองปีที่ได้เรียนกะโอ้ก็สนุกดี เพราะมีเรื่องให้ฮากันเยอะ
เรื่องกิจกรรมของจีออก็ไม่ต้องห่วง เพราะพวกเราได้โอ้เป็นตัวแทนรุ่นไปช่วยจนสุดตัว
*********
ถ้าเป็นเรื่องของส่วนรวม โอ้จะทำจนลืมหายใจ เตรียมโน่นนี่ในการรับน้อง
หาน้ำแข็ง หาร้านทำจี้ ทำหัวเข็มขัด
ส่วนเรื่องเรียน โอ้จะอ่านหนังสือก่อนสอบเพียงไม่กี่ชั่วโมง สอบแปดโมงเช้า โอ้จะเริ่มอ่านตอนตีสี่
พวกเราวางแผนมาอ่านกันที่ซุ้มกันยังไงไม่รู้ ขี่มอไซด์สวนกันไปมา
ไปซื้อขนมที่ 7/11 และหากินอาหารตามหอ อ้วนไปตามๆกัน
*****
ปัจจุบัน โอ้เป็นสะไภ้อังกฤษ แต่ยังคงอยู่เมืองไทย
มีลูกสาวหน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตาฝรั่ง 2 คน

พอว่างจากการดูแลธุรกิจส่วนตัว โอ้ก็ชอบเข้าสปา และดูแลลูกๆ

ดี



ดีคือ สาวเท่ห์และเก่งของรุ่น35
ที่ว่าเท่ห์ เพราะตอนเรียนเธอขับรถมินิ ส่วนเรื่องเก่งก็มีเยอะเลย
**********
หลังจากที่ดีจบตรีและโทจีออแล้ว
ดีก็ไปทำงานเป็นอาจารย์ที่ภาควิชาภูมิศาสตร์ที่มหาลัยฯ แถวๆ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
สอนด้าน GIS & Remote Sensing อยู่พักนึง
ก็ลาไปศึกษาต่อปริญญาเอกที่ม.สุรนารี ด้าน Geoinformatics
ปัจจุบันนี้ นอกจาก หนุ่ม ช้าง แมท แล้ว ดี คือว่าที่ด๊อกเตอร์อีกคนของรุ่นเรา

บอม



บอมเอ็นใหม่ไปอยู่จุฬาฯ เลยต้องจากพวกเรา35ไป
หลังจากจบนิติศาสตร์ที่จุฬาฯ แล้ว ก็ไปเรียนต่อโทด้านกฏหมายที่ประเทศ Australia
ถึงแม้ว่าบอมจะไม่ค่อยได้กินเที่ยวกับพวกเรามากนัก
แต่บอมก็คุยสนุก ทำให้พวกเราได้ระลึกถึงอยู่เสมอ
******
ปัจจุบัน บอมทำงานเป็นทนายให้กับบริษัทฝรั่งแห่งหนึ่งในเมืองไทย
มีงานอดิเรกคือ...การสะสมอสังหาริมทรัพย์
********
ปล.ใครมีปัญหาเรื่องข้อกฏหมาย ก็ถามบอมได้

ตั๋ม



หลังจากจบจีออ และต่อโทไอทีแล้ว
ตั๋มเคยทำงานด้านการผลิตแผนที่จากภาพถ่ายดาวเทียมให้กับองค์กรของรัฐแห่งหนึ่ง
แต่แล้วบุพเพก็อาละวาด ทำให้ตั๋มต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่ประเทศ Netherland
********
ตั๋มมีกิจกรรมหลายอย่างให้ทำที่นู่น ทั้งเรียนภาษา Dutch เอย เรียนเทนนิสเอย
นอกจากนี้แล้ว ตั๋มยังไปช่วยงานสามี และทำขนมไทยขายให้ชาว Dutch ได้ชิมกัน
ช่วงนี้ ตั๋มได้ติดต่อกับเพื่อนๆชาวจีออ35อีกครั้งผ่านทางเวบบล๊อคอันนี้
ก็ช่วยทำให้ตั๋มหายคิดถึงบ้านไปได้มาก
ปัจจุบันตั๋มกำลังฟิตภาษาดัชท์อย่างเต็มที่ เพราะตั๋มบอกว่าจะไปเรียนต่อด้าน Geoinformatics ที่มหาลัยฯในเนเธอร์แลนด์

กุ้ง



กุ้ง มีฉายาเดิมว่า "อีเหี่ยว"




ซึ่งหลังจากคลอดลูกสองคน ก็ไม่เหี่ยวแล้ว เลยไม่สามารถเรียกเธอแบบนั้นได้อีก
...............
เธอเป็นอดีตนางฟ้าหอ7หญิง
ตอนปี1น้ำได้อยู่หอ5คนละตึกกับกุ้ง พอออกระเบียงหลังห้องมาก็เจอกุ้งอยู่ห้องที่ตึกฝั่งตรงข้าม
อาจเรียกว่าเป็นบุพเพสันนิวาสก็ได้
สนิทกันตอนไปฝึกงานที่กรุงเทพฯ ไปพักบ้านเจ๋งด้วยกัน
ช่วงเรียนปี3-4 กุ้งก็ย้ายมาอยู่หอหน้ามอ ห้องติดกันอีก
พอว่างครบขา ก็ชวนกันปูเสื่อนั่งดริ้งก์ และทำกับข้าวกินในห้องกันบ่อยๆ
.......................
หลังจากจบจีออ กุ้งก็ไปทำงานที่บริษัทประกันแห่งหนึ่ง
ปัจจุบันออกมาทำธุรกิจเครือข่าย
อยู่ที่พิษณุโลก และมีเครือข่ายมากมาย


วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552