ตอนนี้ไม่ว่าใครจะอยู่ระหว่างศึกษาหาความรู้ในระดับใดก็ตาม แต่ท้ายที่สุดก็ต้องเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริงคือ "ชีวิตการทำงาน" ก็แล้วแต่ว่าใครจะทำธุรกิจส่วนตัวหรือเป็นลูกจ้าง ซึ่งผลของมันก็คือประสบผลสำเร็จหรือล้มเหลว ตัวฉันเองเข้าข่ายเป็นลูกจ้าง (ซึ่งในระบบงานเอกชนก็ต้องมีเจ้านายกับลูกน้อง)...ปัจจุบันฉันสวมหมวกรับบทบาทเป็น Assistant Vice President (AVP) อย่าคิดว่าตำแหน่งใหญ่โตอะไรนะ องค์กรใหญ่ๆที่ฉันทำงานมีระดับนี้กว่า 40 คน (SVP,VP,AVP) สูงขึ้นไปหรือที่เราชอบเรียกว่าผู้บริหารระดับสูง(SEVP,EVP)มีอีกเป็นโหล และยังมีอีกกลุ่มคือระดับ Assistant Manager,Deputy Manager,Manager และ Senoir Manager(บริษัทนี้มีอีกเป็น 100 คน) แต่พวกนี้ก็ล้วนเป็นลูกจ้างรับเงินเดือนค่าจ้างทั้งนั้นขึ้นอยู่กับว่า "สวมบทบาทอะไรอยู่"
ชีวิตจริงของฉันที่อยากจะแชร์ก็คือ...ไม่ว่าคุณจะจบการศึกษามาจากสถาบันอะไร เมืองไทย เมืองนอก เกียรตินิยมอันดับเท่าไร ไม่สำคัญเท่ากับ"คุณมีพวกหรือเปล่า" เจ้านายโปรดปรานแค่ไหน ลูกน้องศรัทธาหรือไม่ อย่างฉันเองปัจจุบันก็มีทั้งมิตร (แท้หรือเปล่าก็ไม่รู้)และศัตรู(ชั่วคราวหรือค้างคืนก้ไม่แน่ใจ)...อีพวกศัตรูนี่แหละร้ายนักไม่รู้มันจะหมั่นใส้อะไรนักหนา!!!! (ฉันแสดงอารมณ์โกรธอย่างฉุนเฉียว แต่ก็แอบเพ้อในใจว่า "ผิดด้วยหรือที่กูเด่นกว่าและก็แค่หน้าตาดีกว่าและเด็กกว่ามึง") พวกนี้มักมีสันดานลอบกัด นินทาลับหลัง ไม่กล้าเผชิญหน้า พร้อมที่จะกระทีบซ้ำเมื่อเราพลาด แต่จะทำอย่างไรได้ก็มันอยู่ในสังคมแห่งการแข่งขันนี่หน่า...นอกจากนี้ยังมีเรื่องการบริหารเจ้านายอีก เจ้านายเราอาจไม่ถูกกับเจ้านายคนอื่นแต่อยู่ระดับเดียวกัน เราก็ต้องสนับสนุนให้นายเราเต็มเหนี่ยว>>>> เล่าๆ มานี่ฉันไม่อยู่ในสนามรบนะ แต่ก็เชื่อว่าชีวิตลูกจ้างของเพื่อนๆก็ต้องเจอมาบ้าง ไม่มากกว่าฉันก็น้อยกว่าฉัน.....แต่ฉันก็หาทางออกให้กับตัวเองได้ว่า "อย่าไปใส่ใจกับมัน หมายถึงคนนะ เราออกจากออฟฟิศไป ก็ถอดหมวกออกวางไว้บนโต๊ะ ลดอีโก้ลง ขับรถไป Fitness ฟิตกล้ามกับ Trainer ก็สุขแล้ว วันรุ่งขึ้นก็กลับเข้าออฟฟิศ หยิบหมวกใบเดิมมาสวมอีก ก็ใช้ชีวิตแบบเดิมไปจนกว่าหมดทุกข์....บทเรียนที่ได้รับและอยากจะแชร์ก็คือ ไม่ว่าใครจะท้อเรื่องเรียน เรื่องงานที่ยังไม่มั่นคง ธุรกิจไม่ได้เป้าตามที่หวังไว้ ซักวันโชคมันต้องเข้าข้างเรา และเมื่อวันนั้นมันมาถึง มันก็อาจจะไม่ happy ได้นานๆ โชคชะตาก็มักจะส่งมารมาผจญ ตามทัศนของฉันมันก็คือคนที่มีความคิดไม่ตรงกับเรานั่นเอง ซึ่งกลยุทธ์การจัดการของฉันก็คือ "แยบใส่หนึ่งดอกแล้วถอยฉากออกมาด้วยความสะใจ" (ปล่อยให้มันรำพีงว่าอี่นี่ร้ายนักนะมีง)
วันนี้ขอเป็นภาคสีดำ (มาร)
...ครั้งต่อไป (เมื่อไรยังไม่รู้) จะเป็นสีขาว...
แต่ฉันอาจเป็นสี พาสเทล (เทพ)
ไปละ...โชคดีมีชัยกันทุกๆคน
Tod หรือ ทรอสของทุกคน



11 ความคิดเห็น:
กูสวมบทบาท ผู้ร้ายในคราบนักบุญ อยู่ว่ะ ฮ่าๆๆๆ
"เด่นกว่า"และ"เด็กกว่า"นี่พอจะยอมรับได้ ฉันเชื่อแก
แต่"หน้าตาดีกว่า" อันนี้ไม่รู้ว่ะ ว่าควรจะเชื่อดีหรือเปล่า
อย่างนี้ต้องขอไปทัศนศึกษาที่ทำงานแกดูก่อนว่าคนอื่นๆนอกจากแกแล้วเขามีหน้าตายังไงกันบ้าง
ฉันขอก้มหน้า แล้วยกมือเห็นด้วยกับน้ำว่ะ
โอ้โห..มารุมกันเยี่ยงนี้รึ...ด่าว่ากูร"โง่"ยังดีกว่า"หน้าตาแย่"
ที่บอกว่า"หน้าที่ดีกว่า"มาจากโพล์นะ...ไม่ได้นั่งญานนะโว๊ย
อย่าเปรียบเทียบกับรูปหลอนๆในอดีตซิ
เหอๆๆๆ โพล์ ไหนเหรอ เหอๆๆๆ
หล่มสักโพล์แหง เหอเหอ
โอเค ถ้างั้นส่งรูปถ่ายปัจจุบัน หลังจากอัพเกรดแล้วมาให้ดูอีกดิ
เห็นว่าไปฟิตเนสมา ก็น่าจะพัฒนาขึ้นเยอะ
โถโธ่ น่าสงสารทรอสจริง ๆ เล้ย น้ำอย่าไปว่าทรอสอย่างนั้นสิ แต่เราก็เห็นด้วยนะน้ำที่ต้องไปเยี่ยมชมที่ทำงานทรอสก่อนว่า"หน้าตาดีกว่า"จังป่ะฮ่าฮ่า (อะล้อเล่น)
งั้นกูคงชนะเลิศในการอัพเดท หน้าตา
ฮ่าๆๆๆ
อืม ช้าง มันอัพเดทไปไกลกว่าเพื่อนเลย กูยอมแพ้
ก้อไม่ค่อยอยากอัพเดทเลย ใจยังไม่อยากแก่ว่ะ
ทรอส อย่าเอาสมองไปยุ่งอะไรที่ เหนื่อยๆ นะ จบจากงานก็ให้มันจบตรงนั้น
พอกลับมาบ้าน ก็พบกับสิ่งที่มีอยู่จริง มีถาวร
จบจากงานก็ เป็นไอ้หนุ่ม ของแม่กะพ่อ
เป็นพี่หนุ่มของหน่อย
เป็นลุงหนุ่มของหลาน ที่น่ารัก
เป็นอีทรอสของเพื่อน
"เพื่อนเก่าเป็น อัญมณีที่เพิ่มค่าขึ้นทุกวัน"
จากที่ไหนไม่รู้จำไม่ได้ ไม่ได้คิดเอง แต่จำขึ้นใจ
แสดงความคิดเห็น